สำหรับผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศสอย่าง Céline Sciamma หลายๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชื่อเท่าไหร่ แต่ถ้าหากพูดถึงผลงานภาพยนตร์เรื่อง Portrait of a Lady on Fire แล้ว หลายคนก็อาจจะร้องอ๋อ เพราะด้วยงานภาพ เสียง สี บท และการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ล้วนแล้วแต่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมกัน วันนี้เราก็เลยอยากที่จะพาทุกคนไปเปิดกรุหนังของ Céline Sciamma แล้วไปย้อนดูกันว่า เรื่องไหนน่าสนใจบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย

Water Lilies

ภาพยนตร์เรื่องแรกของ Céline Sciamma ที่เล่าเรื่องราว coming-of-age ของเด็กสาวสามคนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน และเรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มยุ่งเหยิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตกหลุมรัก หรือเรื่องเพศก็ตาม ซึ่งพวกเธอจำเป็นที่จะต้องค้นหาและทำความเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเองด้วย

Girlhood

หลายคนอาจจะคิดว่า Girlhood เป็นหนังเด็กวัยรุ่นหนีจากปัญหาต่างๆ แต่เธอตั้งใจที่จะบอกเล่าและปลุกพลังหญิงผ่านตัวละครต่างๆ ในกลุ่ม ที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนกัน ให้ตัวเอกของเราอย่าง มาเรียม ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และได้เปลี่ยนชื่อของตัวเองเป็นชื่อ วิค ที่ย่อมาจากวิคตอรี่ที่แปลว่าชัยชนะนั่นเอง

My Life As a Zucchini

ผลงานสต็อปโมชั่นของ  Céline Sciamma ที่เล่าเรื่องราวของเด็กชายที่ชื่ออิการ์ แต่เขาเรียกตัวเองว่าซูกินี และวันหนึ่งก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้โลกทั้งใบของเขาแตกสลาย และไปเผชิญหน้ากับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แน่นอนว่าเรื่องนี้หลายๆ เสียงบอกกันตลอดเลยว่าห้ามพลาด แม้ว่าจะเป็นผลงานสต็อปโมชั่น แต่ก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายผลงานของเธออย่างเต็มที่

อากาศเย็นๆ ของประเทศไทยเพิ่มเริ่มโชยมา สำหรับใครที่กำลังมองหาเพลงเย็นๆ เอาไว้ฟังต้อนรับบรรยากาศลมหนาวอุ่นๆ แบบนี้ ก็ต้องห้ามพลาดกับเพลย์ลิสต์วันนี้ที่เราคัดเพลงเย็นๆ อุ่นๆ มาให้คุณฟัง ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูกันเลยว่ามีเพลงไหนกันบ้าง

Winter’s Love – My Life as Ali Thomas

สำหรับเพลงแรกก็คงจะหนีไม่พ้นกับศิลปินไทยอย่าง My Life as Ali Thomas จากค่าย Warner Music Thailand ที่มาพร้อมกับเพลงหนาวสุดขั้วหัวใจ ซึ่งเพลง Winter’s Love เป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Shakespeare และได้ชื่อเพลงมาจาก The Winter’s Tale เป็นการร้อยเรียงความเศร้าทางด้านอารมณ์ทั้งฝั่งความรัก ความหวัง ความสิ้นหวัง และการรอคอย ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้ฟังนั่นเอง

Cold Winter Love – Alexander Asp

เพลงต่อมาก็ขอเป็นเพลงจากศิลปินสวีดิชอย่าง Alexander Asp ศิลปินจากค่าย Docks Music / Sony Music กันหน่อย ต้องบอกว่าเพลง Cold Winter Love เป็นเพลงที่บอกถึงช่วงเวลาและความรักในฤดูกาลต่างๆ ที่มาพร้อมกับความอบอุ่น แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หนาวเหน็บก็ตาม เรียกได้ว่าใครที่กำลังหาเพลงรักอุ่นๆ ในช่วงเวลาฤดูหนาวแบบนี้ ก็ต้องห้ามพลาดกับเพลงนี้เลยล่ะ

Just Like Christmas – Gabrielle Aplin

เพลงสุดท้ายที่อยากจะหยิบมาแนะนำก็คือ Just Like Christmas จาก Gabrielle Aplin ที่หยิบเอาเพลงของ Low มาร้องคัฟเวอร์ใหม่ สำหร้บเพลงนี้นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเพลงที่บอกเล่าช่วงเวลาที่หิมะกำลังเริ่มตกระหว่างเดินทางไปสตอกโฮล์ม และเมื่อถึงออสโล หิมะหายไป แม้ว่าในช่วงแรกของเพลงมันจะดูแฝงความไม่พอใจสักเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนและอบอุ่นหัวใจยาวไปจนถึงจบเพลง

เมื่อพูดถึงหนังหรือซีรีส์ที่เกี่ยวกับพ่อมดแม่มด หลายๆ คนอาจจะคิดถึง Harry Potter ออกเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว คนที่ดูซีรีส์บ่อยๆ ก็อาจจะคุ้นกับพวก Sabrina ทาง Netflix หรือหนังเรื่อง Hocus Pocus อยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ต้องบอกว่าซีรีส์ที่เราจะมาแนะนำวันนี้อย่าง Motherland: Fort Salem นั้นก็ถือเป็นซีรีส์แม่มดที่มีตัวละครหญิงแสดงนำเป็นหลัก แต่มีความต่างกับผลงานที่เรากล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน วันนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า ทำไมถึงควรดูซีรีส์เรื่องนี้ 

ดำเนินเรื่องแตกต่างจากที่เคยเห็นมา

Motherland: Fort Salem นั้นเป็นเรื่องราวของแม่มดก็จริง แต่เป็นแม่มดที่อยู่ในโลก Alternate Universe ที่เหล่าแม่มดมีการเซ็นสัญญาสงบศึกกับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดการล่าแม่มดขึ้นอีก โดยที่พวกเขาก็จะเป็นทหารคอยรับใช้และไปรบแทน แต่ใช่ว่าเรื่องราวมันจะเรียบร้อยแบบนี้ เมื่อศัตรูของพวกเขากลับมาจากหลายทิศทาง ทำให้ต้องรับมือและเผชิญหน้ากับสิ่งที่เข้ามา รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวของเหล่าเด็กนักเรียนทหารแม่มดที่เติบโตไปพร้อมกัน

บอกเล่าเรื่องราวของชาววิคคาได้อย่างน่าเคารพ

แน่นอนว่าวัฒนธรรมของชาววิคคาคือสิ่งที่ถูกโยงและพูดถึงเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันนี้ก็มีเหล่าแม่มดและวิคคาทั่วโลกในจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย หลายครั้งที่เราเห็นสื่อต่างๆ นำเสนอออกมาได้อย่างไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ แต่ไม่ใช่กับ Motherland: Fort Salem อย่างแน่นอน เพราะนอกจากทีมเขียนบทที่ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างดีแล้ว ทีมนักแสดงก็ให้เกียรติวัฒนธรรมและเจ้าของวัฒนธรรมนี้อย่างดีด้วยเช่นกัน บอกได้เลยว่าถ้าคุณดูแล้ว สามารถหยิบสิ่งต่างๆ กลับไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มขึ้นได้ด้วย

งานเขียนบท งานตัวละคร คือเนี๊ยบมาก

ถ้าหากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เนี๊ยบ สนุก และลึกซึ้ง ต้องห้ามพลาดกับ Motherland: Fort Salem โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากเรื่องราวต่างๆ ที่เขานำเสนอแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับการนำเสนอตัวละครที่ชัดเจนในทุกๆ แง่มุม ทั้งตัวละครผิวดำ ตัวละครเอเชี่ยน ตัวละครที่เป็น LGBTQIAN+ ก็ยังนำเสนอออกมาได้อย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังเขียนบทออกมาได้เข้มข้นและสนุกในทุกๆ ตอนอีกด้วย บอกเลยว่าห้ามพลาด

 

เมื่อพูดถึงหนังหรือซีรีส์ที่เกี่ยวกับพ่อมดแม่มด หลายๆ คนอาจจะคิดถึง Harry Potter ออกเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว คนที่ดูซีรีส์บ่อยๆ ก็อาจจะคุ้นกับพวก Sabrina ทาง Netflix หรือหนังเรื่อง Hocus Pocus อยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ต้องบอกว่าซีรีส์ที่เราจะมาแนะนำวันนี้อย่าง Motherland: Fort Salem นั้นก็ถือเป็นซีรีส์แม่มดที่มีตัวละครหญิงแสดงนำเป็นหลัก แต่มีความต่างกับผลงานที่เรากล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน วันนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า ทำไมถึงควรดูซีรีส์เรื่องนี้ 

 

ดำเนินเรื่องแตกต่างจากที่เคยเห็นมา

Motherland: Fort Salem นั้นเป็นเรื่องราวของแม่มดก็จริง แต่เป็นแม่มดที่อยู่ในโลก Alternate Universe ที่เหล่าแม่มดมีการเซ็นสัญญาสงบศึกกับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดการล่าแม่มดขึ้นอีก โดยที่พวกเขาก็จะเป็นทหารคอยรับใช้และไปรบแทน แต่ใช่ว่าเรื่องราวมันจะเรียบร้อยแบบนี้ เมื่อศัตรูของพวกเขากลับมาจากหลายทิศทาง ทำให้ต้องรับมือและเผชิญหน้ากับสิ่งที่เข้ามา รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวของเหล่าเด็กนักเรียนทหารแม่มดที่เติบโตไปพร้อมกัน

 

บอกเล่าเรื่องราวของชาววิคคาได้อย่างน่าเคารพ

แน่นอนว่าวัฒนธรรมของชาววิคคาคือสิ่งที่ถูกโยงและพูดถึงเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันนี้ก็มีเหล่าแม่มดและวิคคาทั่วโลกในจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย หลายครั้งที่เราเห็นสื่อต่างๆ นำเสนอออกมาได้อย่างไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ แต่ไม่ใช่กับ Motherland: Fort Salem อย่างแน่นอน เพราะนอกจากทีมเขียนบทที่ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างดีแล้ว ทีมนักแสดงก็ให้เกียรติวัฒนธรรมและเจ้าของวัฒนธรรมนี้อย่างดีด้วยเช่นกัน บอกได้เลยว่าถ้าคุณดูแล้ว สามารถหยิบสิ่งต่างๆ กลับไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มขึ้นได้ด้วย

 

งานเขียนบท งานตัวละคร คือเนี๊ยบมาก

ถ้าหากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เนี๊ยบ สนุก และลึกซึ้ง ต้องห้ามพลาดกับ Motherland: Fort Salem โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากเรื่องราวต่างๆ ที่เขานำเสนอแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับการนำเสนอตัวละครที่ชัดเจนในทุกๆ แง่มุม ทั้งตัวละครผิวดำ ตัวละครเอเชี่ยน ตัวละครที่เป็น LGBTQIAN+ ก็ยังนำเสนอออกมาได้อย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังเขียนบทออกมาได้เข้มข้นและสนุกในทุกๆ ตอนอีกด้วย บอกเลยว่าห้ามพลาด

ต้องบอกก่อนเลยว่าเทศกาลฮาโลวีนเป็นเทศกาลที่หลายๆ คนเฝ้ารอคอย เด็กๆ ก็รอคอยที่จะได้แต่งตัวในสไตล์ต่างๆ แล้วออกไปล่าขนมกัน บางคนก็จัดปาร์ตี้ฮาโลวีน แน่นอนว่าสายหนังอย่างพวกเราก็คงจะหนีไม่พ้นกับบรรยากาศหนังฮาโลวีนที่บางคนก็ชวนเพื่อนมานั่งดูหนังผีมาราธอนกันนั่นเอง วันนี้เราก็เลยอยากจะพาทุกคนไปดูลิสต์หนังฮาโลวีนฉบับสายชิล ให้คุณดูได้กับแก๊งเพื่อนทั้งคนกลัวผีและไม่กลัวผี ก็สนุกไปพร้อมๆ กันได้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีเรื่องอะไรกันบ้าง

 

Black Christmas

เปิดเรื่องมาก็ดูเหมือนจะคริสต์มาส แต่ก็ต้องบอกว่าจะดูตอนคริสต์มาสหรือฮาโลวีนก็สยองไม่แพ้กัน เพราะว่าตัวหนังเป็นหนังแนวไล่เชือด ที่มีตัวฆาตกรต่อเนื่องเป็นเหล่าผู้ชายที่แสนจะเปราะบาง และทนไม่ได้เมื่อผู้หญิงลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องตัวเองและสิทธิของพวกเขาเอาไว้ ซึ่งตัวหนังสื่อสารออกมาได้ชัดเจนเลยว่าอะไรคือความเปราะบางเหล่านั้น และปิตาธิปไตยกดทับพวกเขาและเพศอื่นๆ เอาไว้ขนาดไหน ซึ่งถ้าใครอยากหาอะไรเดือดๆ ดู ก็ต้องแนะนำเรื่องนี้กันเลย

 

Freaky

อีกหนึ่งหนังไล่เชือดที่ต้องบอกว่าบันเทิงมากๆ เพราะเป็นเรื่องราวของฆาตกรโรคจิตกับเด็กสาวที่พยายามจะใช้ชีวิตธรรมดาในโรงเรียน ซึ่งต้องบอกเลยว่าถ้าใครเคยดู Freaky Friday ก็อาจจะคุ้นกับพล็อตอยู่ไม่น้อย เพราะว่านี่เป็นการสลับร่างระหว่างฆาตกรโรคจิตกับเด็กสาวม.ปลาย ซึ่งบอกเลยว่ามันบันเทิงสุดๆ ฉากไล่ฆ่าก็แหยะๆ ตุ้งแช่ก็เยอะ แต่ไทม์ไลน์ก็คือบันเทิงมากๆ ใช้เวลาไม่นาน ถ้าเกิดใครอยากดูหนังสยองขวัญปนขำ ก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะ

 

RUN

หนังสยองขวัญเรื่องสุดท้ายที่อยากจะแนะนำเลยก็คือเรื่อง Run คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกสาวพิการเป็นอัมพาตช่วงล่างในช่วงวัยกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ที่ตัวลูกสาวก็เฝ้ารอจดหมายทุกวัน แต่คุณแม่บอกว่าถ้าเกิดจดหมายมาก็จะเปิดให้เอง แต่รอแล้วรอเล่าจดหมายก็ยังไม่มาสักที ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้ลุ้นตลอดทั้งเรื่อง มีทั้งพาร์ทที่เดาได้และเดาไม่ได้ในเวลาเดียวกัน บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดจริงๆ