เพื่อการพัฒนาทั้งด้านสติปัญญาและความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในสิ่งสำคัญคือ Gadget สำหรับเด็ก เพราะนอกจากจะช่วยมอบความสนุกสนาน เสียงหัวเราะแล้ว ยังสามารถทอดแทรกบทเรียนต่าง ๆ ให้เด็ก ๆได้เรียนรู้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย  

สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหา Gadget สำหรับเด็ก ให้ลูก ๆ อยู่ บทความนี้เรามีมาแนะนำด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้น อัปเดตล่าสุดฉบับปี 2022 ราคาคุ้มค่าการใช้งาน และลูก ๆ ของคุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน

PlayShifu – Orboot Planet Mars

Gadget สำหรับเด็กที่มาในรูปแบบลูกโลกดาวอังคาร จากแบรนด์ PlayShifu ที่เพียงแค่ สแกน Orboot Mars ด้วย Application ก็จะทำให้ดาวอังคารเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต นำพาเด็ก ๆ เข้าสู่โลกแห่งการผจญภัยสุดหรรษา ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AR ปฏิบัติภารกิจสำรวจอวกาศที่เสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ โดย Gadget ชิ้นนี้จะทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ระบบสุริยะอย่างเพลิดเพลิน

Amazon Fire HD 8 Kids tablet

Amazon Fire HD 8 Kids tablet คือ Gadget สำหรับเด็ก ที่มาพร้อมกับคอนเทนต์ที่ครบครันทั้งความสนุกสนาน และให้ความรู้มากมาย (อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง) ตัวเครื่องมีความทนทาน พร้อมการรับประกันสองปี จึงไม่ต้องกังวลว่าจะแตกหัก

Yoto Mini

ให้ลูก ๆ ของคุณได้เรียนรู้ผ่านการฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทั้งน่าสนใจ สนุกสนาน และมีประโยชน์ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ แล้วให้พวกเขาเลือกว่าจะฟังอะไรโดยใส่การ์ดจริงลงในช่องบนลำโพงทรงลูกบาศก์ ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย จากนั้นก็พร้อมรับความสนุกสนาน เป็น Gadget สำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี

พูดถึง “หนังอินเดีย” ภาพจำของคนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นความเยิ่นเย้อ เวิ่นเว้อ และเกินจริง ประเภทวิ่งข้ามเขาร้องเพลงจีบกัน แต่ในช่วงปีหลัง หนังอินเดียกลับสร้างความแปลกใจให้คนทั้งโลก ด้วยบทและ Production ที่น่าสนใจผิดกับยุคก่อน วันนี้เราเลยจะมาแจกลายแทงหนังอินเดียหลากรสชาติบน Netflix กัน ลองเปิดใจดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฝั่ง Bollywood ก็ปังไม่แพ้ใคร!

หนัง

1. Gangubai Kathiawadi

พูดถึงชื่อ “คังคุไบ” คงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะถือเป็นภาพยนตร์ที่ปลุกกระแสหนังอินเดียไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของหญิงแกร่งแห่งมุมไบที่ถูกชายคนรักหลอกมาขายในซ่องในวัยเพียง 16 ปี ก่อนจะพลิกโฉมมาเป็นนักสู้ ยืนหยัดเพื่อผลักดันให้อาชีพโสเภณีที่ผู้คนต่างรังเกียจให้ได้รับการยอมรับและทัดเทียมอาชีพอื่น

2. Darlings

บอกเล่าชีวิตหลังแต่งงานของสองสามีภรรยาที่สามีติดเหล้างอมแงม ทุกอย่างยิ่งชุลมุนเมื่อฝ่ายภรรยาผู้ซึ่งถูกสามีขี้เมาทำร้ายร่างกายแทบทุกวันตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการมีลูก แต่สามีกลับยังไม่เลิกเป็นคนอารมณ์รุนแรง ทำร้ายภรรยาแม้กระทั่งระหว่างที่เธอตั้งท้อง จึงเป็นเหตุให้เธอตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง

3. Andhadhun

เรื่องราวของนักเปียโนแสร้งตาบอดนามว่า “อากาซ” เขามีความสามารและเลือกจะหาเงินด้วยการเล่นเปียโนที่ร้านอาหาร ซึ่งนำพาเขาไปสู่เหตุระทึกขวัญ เมื่อเขาถูกจ้างไปเล่นที่บ้านพักของอดีตดาราดัง และดันได้เห็นการฆาตกรรมโดยบังเอิญ อากาซจะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ติดตามได้ใน Andhanhun

4. RRR

ภาพยนตร์แอคชันดรามามันส์หยด เล่าถึงเหตุการณ์ในปี 1920 ยุคที่ประเทศอินเดียยังคงอยู่ใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ชาวอินเดียถูกกดขี่ราวกับไม่ใช่มนุษย์ เด็กสาวจากชนบทถูกชาวอังกฤษจับตัวไป ทำให้หนุ่มร่วมหมู่บ้านต้องออกตามหาและได้มาสนิทกับตำรวจอินเดียฝีมือดีโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้เบื้องหลังของกันและกัน และอาจต้องปะทะกันเมื่อได้รู้ความจริง

5. Badhaai Do

ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์ตีแผ่เรื่องราวของ LGBTQ+ เมื่อตำรวจเกย์ต้องมาแต่งงานกับคุณครูพละสาวที่เป็นเลสเบี้ยนเพื่อปกปิดเพศสภาพที่แท้จริง และตัดรำคาญการถูกรบเร้าให้แต่งงานตามประเพณีโดยครอบครัวและเพื่อน ๆ จนเกิดเป็นเรื่องราวความวุ่นวายที่ทั้งอบอุ่น นุ่มนวล และน่ารักจนคาดไม่ถึง

ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับการใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งถ้าใครมีปัญหาฟันที่ต้องมีการรักษาในระดับรากฟันอาจจะต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน หนึ่งในวิธีที่หลายๆ คนเลือกใช้ นั่นก็คือการใส่รากฟันเทียม เพราะเป็นการรักษาที่สามารถช่วยให้สุขภาพของช่องปากและฟันกลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ แต่หลายๆ คนยังมีความข้องใจว่าหากทำการรักษาด้วยการใส่รากฟันเทียมแล้วจะเจ็บไหม หรือจะมีผลกระทบด้านใดบ้าง ซึ่งวันนี้เราจะขอมาไขข้อสงสัยนี้กัน 

มารู้กันก่อนว่าการใส่รากฟันเทียมคืออะไร

   หากใครที่มีความกังวลว่าใส่รากฟันเทียมแล้วจะเจ็บไหม หรือยังไม่แน่ใจว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะเป็นอย่างไร เรามาเรียนรู้เบื้องต้นกันก่อน 

  สำหรับการใส่รากฟันเทียมก็คือ การผ่าตัดที่นำโครงฟันหรือโลหะผสมเข้าไปในตำแหน่งขากรรไกรภายใต้เหงือก และเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทันตแพทย์จะทำการนำฟันใหม่เข้าไปยึดติดกับรากฟันเทียมเหล่านั้น 

   โดยการทำงานของรากฟันเทียมนั้น จะเป็นการทำงานร่วมกันกับกระดูกขากรรไกร ซึ่งเมื่อทั้งสองสิ่งนี้ประสานกันอย่างสนิทเรียบร้อยแล้ว ปัญาหาเรื่องฟันที่เคยเกิดขึ้นก็จะหายไป เพราะจะสามารถรองรับกับการใช้งานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าฟันปลอมที่ใส่กับรากฟันเทียมจะเลื่อนหรือหลุดออก 

 

ใส่รากฟันเทียม เจ็บไหม?

   สำหรับการใส่รากฟันเทียมนั้น ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา จะมีการฉีดยาชาในระหว่างขั้นตอนการรักษา ซึ่งผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยตอนฉีดยาชาเท่านั้น และเมื่อยาชาออกฤทธิ์คุณก็จะไม่รู้สึกเจ็บใดๆ แต่หากใครกังวลว่าอาการหลังการผ่าตัดการใส่รากฟันเทียมจะเจ็บไหมนั้น คงต้องบอกว่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน ถึงเรื่องความแตกต่างของลักษณะสันกระดูก ปริมาณกระดูก และคุณภาพและความแข็งแรงของเหงือกบริเวณที่ทำการรักษานั่นเอง 

   และถ้าหากคุณเป็นคนที่มีความแข็งแรงของช่องปากและเหงือก รวมถึงมีปริมาณกระดูกเพียงพอ การใส่รากฟันเทียมก็จะใช้เวลาพักฟื้นเพียงไม่นาน เอาเป็นว่าใครที่กลัวว่าหากไปรักษาด้วยการใส่รากฟันเทียมจะเจ็บไหม บอกเลยว่าอาจเพียงเล็กน้อย แต่ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอย่างมาก 

 

อากาศเย็นๆ ของประเทศไทยเพิ่มเริ่มโชยมา สำหรับใครที่กำลังมองหาเพลงเย็นๆ เอาไว้ฟังต้อนรับบรรยากาศลมหนาวอุ่นๆ แบบนี้ ก็ต้องห้ามพลาดกับเพลย์ลิสต์วันนี้ที่เราคัดเพลงเย็นๆ อุ่นๆ มาให้คุณฟัง ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูกันเลยว่ามีเพลงไหนกันบ้าง

Winter’s Love – My Life as Ali Thomas

สำหรับเพลงแรกก็คงจะหนีไม่พ้นกับศิลปินไทยอย่าง My Life as Ali Thomas จากค่าย Warner Music Thailand ที่มาพร้อมกับเพลงหนาวสุดขั้วหัวใจ ซึ่งเพลง Winter’s Love เป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Shakespeare และได้ชื่อเพลงมาจาก The Winter’s Tale เป็นการร้อยเรียงความเศร้าทางด้านอารมณ์ทั้งฝั่งความรัก ความหวัง ความสิ้นหวัง และการรอคอย ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้ฟังนั่นเอง

Cold Winter Love – Alexander Asp

เพลงต่อมาก็ขอเป็นเพลงจากศิลปินสวีดิชอย่าง Alexander Asp ศิลปินจากค่าย Docks Music / Sony Music กันหน่อย ต้องบอกว่าเพลง Cold Winter Love เป็นเพลงที่บอกถึงช่วงเวลาและความรักในฤดูกาลต่างๆ ที่มาพร้อมกับความอบอุ่น แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หนาวเหน็บก็ตาม เรียกได้ว่าใครที่กำลังหาเพลงรักอุ่นๆ ในช่วงเวลาฤดูหนาวแบบนี้ ก็ต้องห้ามพลาดกับเพลงนี้เลยล่ะ

Just Like Christmas – Gabrielle Aplin

เพลงสุดท้ายที่อยากจะหยิบมาแนะนำก็คือ Just Like Christmas จาก Gabrielle Aplin ที่หยิบเอาเพลงของ Low มาร้องคัฟเวอร์ใหม่ สำหร้บเพลงนี้นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเพลงที่บอกเล่าช่วงเวลาที่หิมะกำลังเริ่มตกระหว่างเดินทางไปสตอกโฮล์ม และเมื่อถึงออสโล หิมะหายไป แม้ว่าในช่วงแรกของเพลงมันจะดูแฝงความไม่พอใจสักเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนและอบอุ่นหัวใจยาวไปจนถึงจบเพลง

 

เมื่อพูดถึงหนังหรือซีรีส์ที่เกี่ยวกับพ่อมดแม่มด หลายๆ คนอาจจะคิดถึง Harry Potter ออกเป็นอันดับแรกๆ อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว คนที่ดูซีรีส์บ่อยๆ ก็อาจจะคุ้นกับพวก Sabrina ทาง Netflix หรือหนังเรื่อง Hocus Pocus อยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ต้องบอกว่าซีรีส์ที่เราจะมาแนะนำวันนี้อย่าง Motherland: Fort Salem นั้นก็ถือเป็นซีรีส์แม่มดที่มีตัวละครหญิงแสดงนำเป็นหลัก แต่มีความต่างกับผลงานที่เรากล่าวมาข้างต้นอย่างแน่นอน วันนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะพาทุกคนไปดูกันว่า ทำไมถึงควรดูซีรีส์เรื่องนี้ 

 

ดำเนินเรื่องแตกต่างจากที่เคยเห็นมา

Motherland: Fort Salem นั้นเป็นเรื่องราวของแม่มดก็จริง แต่เป็นแม่มดที่อยู่ในโลก Alternate Universe ที่เหล่าแม่มดมีการเซ็นสัญญาสงบศึกกับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดการล่าแม่มดขึ้นอีก โดยที่พวกเขาก็จะเป็นทหารคอยรับใช้และไปรบแทน แต่ใช่ว่าเรื่องราวมันจะเรียบร้อยแบบนี้ เมื่อศัตรูของพวกเขากลับมาจากหลายทิศทาง ทำให้ต้องรับมือและเผชิญหน้ากับสิ่งที่เข้ามา รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวของเหล่าเด็กนักเรียนทหารแม่มดที่เติบโตไปพร้อมกัน

 

บอกเล่าเรื่องราวของชาววิคคาได้อย่างน่าเคารพ

แน่นอนว่าวัฒนธรรมของชาววิคคาคือสิ่งที่ถูกโยงและพูดถึงเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันนี้ก็มีเหล่าแม่มดและวิคคาทั่วโลกในจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย หลายครั้งที่เราเห็นสื่อต่างๆ นำเสนอออกมาได้อย่างไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ แต่ไม่ใช่กับ Motherland: Fort Salem อย่างแน่นอน เพราะนอกจากทีมเขียนบทที่ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างดีแล้ว ทีมนักแสดงก็ให้เกียรติวัฒนธรรมและเจ้าของวัฒนธรรมนี้อย่างดีด้วยเช่นกัน บอกได้เลยว่าถ้าคุณดูแล้ว สามารถหยิบสิ่งต่างๆ กลับไปเรียนรู้และศึกษาเพิ่มขึ้นได้ด้วย

 

งานเขียนบท งานตัวละคร คือเนี๊ยบมาก

ถ้าหากคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่เนี๊ยบ สนุก และลึกซึ้ง ต้องห้ามพลาดกับ Motherland: Fort Salem โดยเด็ดขาด เพราะนอกจากเรื่องราวต่างๆ ที่เขานำเสนอแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับการนำเสนอตัวละครที่ชัดเจนในทุกๆ แง่มุม ทั้งตัวละครผิวดำ ตัวละครเอเชี่ยน ตัวละครที่เป็น LGBTQIAN+ ก็ยังนำเสนอออกมาได้อย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังเขียนบทออกมาได้เข้มข้นและสนุกในทุกๆ ตอนอีกด้วย บอกเลยว่าห้ามพลาด

แน่นอนว่าสว่านไร้สายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้สาย DIY อย่างเราสามารถเจาะรูวัสดุเพื่อต่อสกรูและประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้ ถึงแม้วัตถุประสงค์การใช้งานของสว่านทุกชิ้นจะเป็นการเจาะรูเหมือนกัน แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวได้มีการออกแบบสว่านให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ทุกการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราในฐานะผู้ใช้งานก็ควรที่จะเข้าใจรายละเอียดของสว่านแต่ละแบบเพื่อให้ได้สว่านไร้สายที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด สำหรับชาวมือใหม่หัด DIY คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเราควรเลือกซื้อสว่านจากอะไร ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ทุกคนได้อ่านกันด้านล่างนี้แล้ว 

 

เลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

 

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งในส่วนของกำลังโวลท์หรือแบตเตอรี่ เราควรจะตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าวัตถุประสงค์การใช้งานสว่านไร้สายของเราคืออะไร? ใช้เพื่อเจาะรูวัสดุทั่วไป เช่น ไม้และอะลูมิเนียม หรือใช้เพื่อเจาะรูวัสดุที่มีความทนทานสูง เช่นหินและคอนกรีต ในกรณีที่คำตอบของเราคือข้อแรก แน่นอนว่าการเลือกซื้อสว่านธรรมดา เช่น สว่าน 4.8 โวลท์ สำหรับซ่อมแซมและต่อเติมวัสดุต่างๆ หรือ สว่าน 10.8 โวลท์ หรือ 12 โวลท์ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว  แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากคำตอบของเราคือข้อสอง ทางที่ดีเราก็ควรเลือกซื้อสว่านที่มีกำลังไฟสูงกว่าสว่านทั่วไป หรือเลือกใช้สว่านโรตารี่ เป็นต้น

 

เลือกจากดอกสว่าน

 

หลังจากที่รู้แล้วว่าเราซื้อสว่านไร้สายไปใช้งานกับวัสดุแบบไหน ลำดับต่อมาเราอยากจะให้ทุกคนเลือกประเภทของดอกสว่านให้สอดคล้องกับงานของตัวเอง เพราะหากเราเลือกใช้ดอกสว่านผิดประเภท ตัวงานที่ได้ก็อาจจะมีความผิดพลาด แถมยังส่งผลเสียให้ตัวดอกสว่านเสียหายเร็ววยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนเป็นเหตุให้เราต้องเสียทั้งเงินและเวลาไปกับซ่อมแซมและซื้อวัสดุชิ้นใหม่มาแทนที่

 

เลือกจากแบตเตอรี่

 

ในปัจจุบันเราสามารถแบ่งประเภทของแบตเตอรี่ที่ใช้กับสว่านไร้สายออกได้ 2 แบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย แบตเตอรี่ Ni-cd หรือแบตเตอรี่แบบเก่า และแบตเตอรี่ Li-ion หรือแบตเตอรี่แบบใหม่ โดยสิ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ทั้งประเภทนี้ต่างกันได้แก่คุณสมบัติในการใช้งาน โดยแบตเตอรี่ประเภทแรกมักจะมีกำลังอ่อนลงตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ กล่าวคือยิ่งแบตฯ ใกล้หมดเท่าไหร่ สว่านก็จะยิ่งแรงตกเรื่อยๆ มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะต่างกับแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และสว่านยังคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มกำลังจนกระทั่งแบตฯ หมด เนื่องจากแบตเตอรี่ Li-on มีอายุการใช้งานนานแถมยังมีน้ำหนักเบากว่าจึงทำให้สว่านที่ใช้แบตเตอรี่ประเภทนี้มักมีราคาสูงกว่าสว่านแบบเก่าอยู่บ้างเช่นกัน

 

ไม่ยากกันเลยใช่ไหมกับวิธีเลือกสว่านไร้สายที่เราได้รวบรวมมาวันนี้ สุดท้ายก่อนจากกันไปเราอยากจะขอให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน DIY และอย่าลืมปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานของสว่านแต่ละประเภทอย่างเคร่งครัดด้วยละ

 

ต้องบอกก่อนเลยว่าเทศกาลฮาโลวีนเป็นเทศกาลที่หลายๆ คนเฝ้ารอคอย เด็กๆ ก็รอคอยที่จะได้แต่งตัวในสไตล์ต่างๆ แล้วออกไปล่าขนมกัน บางคนก็จัดปาร์ตี้ฮาโลวีน แน่นอนว่าสายหนังอย่างพวกเราก็คงจะหนีไม่พ้นกับบรรยากาศหนังฮาโลวีนที่บางคนก็ชวนเพื่อนมานั่งดูหนังผีมาราธอนกันนั่นเอง วันนี้เราก็เลยอยากจะพาทุกคนไปดูลิสต์หนังฮาโลวีนฉบับสายชิล ให้คุณดูได้กับแก๊งเพื่อนทั้งคนกลัวผีและไม่กลัวผี ก็สนุกไปพร้อมๆ กันได้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีเรื่องอะไรกันบ้าง

 

Black Christmas

เปิดเรื่องมาก็ดูเหมือนจะคริสต์มาส แต่ก็ต้องบอกว่าจะดูตอนคริสต์มาสหรือฮาโลวีนก็สยองไม่แพ้กัน เพราะว่าตัวหนังเป็นหนังแนวไล่เชือด ที่มีตัวฆาตกรต่อเนื่องเป็นเหล่าผู้ชายที่แสนจะเปราะบาง และทนไม่ได้เมื่อผู้หญิงลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องตัวเองและสิทธิของพวกเขาเอาไว้ ซึ่งตัวหนังสื่อสารออกมาได้ชัดเจนเลยว่าอะไรคือความเปราะบางเหล่านั้น และปิตาธิปไตยกดทับพวกเขาและเพศอื่นๆ เอาไว้ขนาดไหน ซึ่งถ้าใครอยากหาอะไรเดือดๆ ดู ก็ต้องแนะนำเรื่องนี้กันเลย

 

Freaky

อีกหนึ่งหนังไล่เชือดที่ต้องบอกว่าบันเทิงมากๆ เพราะเป็นเรื่องราวของฆาตกรโรคจิตกับเด็กสาวที่พยายามจะใช้ชีวิตธรรมดาในโรงเรียน ซึ่งต้องบอกเลยว่าถ้าใครเคยดู Freaky Friday ก็อาจจะคุ้นกับพล็อตอยู่ไม่น้อย เพราะว่านี่เป็นการสลับร่างระหว่างฆาตกรโรคจิตกับเด็กสาวม.ปลาย ซึ่งบอกเลยว่ามันบันเทิงสุดๆ ฉากไล่ฆ่าก็แหยะๆ ตุ้งแช่ก็เยอะ แต่ไทม์ไลน์ก็คือบันเทิงมากๆ ใช้เวลาไม่นาน ถ้าเกิดใครอยากดูหนังสยองขวัญปนขำ ก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะ

 

RUN

หนังสยองขวัญเรื่องสุดท้ายที่อยากจะแนะนำเลยก็คือเรื่อง Run คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกสาวพิการเป็นอัมพาตช่วงล่างในช่วงวัยกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ที่ตัวลูกสาวก็เฝ้ารอจดหมายทุกวัน แต่คุณแม่บอกว่าถ้าเกิดจดหมายมาก็จะเปิดให้เอง แต่รอแล้วรอเล่าจดหมายก็ยังไม่มาสักที ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้ลุ้นตลอดทั้งเรื่อง มีทั้งพาร์ทที่เดาได้และเดาไม่ได้ในเวลาเดียวกัน บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดจริงๆ