ในทุกวันนี้ เครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับใช้งานที่บ้านเพื่อคนป่วยหรือคนที่มีโรคประจำตัวก็ตาม การเลือกซื้อเครื่องออกซิเจนที่ราคาเพียงอย่างเดียวก็คงไม่เพียงพอ เนื่องจากคุณสมบัติของเครื่อง และรายละเอียดการใช้งาน ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา วันนี้เราก็เลยอยากที่จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดและปัจจัยในการเลือกซื้อกันก่อน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย

เครื่องผลิตออกซิเจนคืออะไร?

เครื่องผลิตออกซิเจนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในอากาศ เพื่อให้ได้อากาศที่มีออกซิเจนเข้มข้น โดยมากแล้วมักใช้งานกับผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจหรือต้องการออกซิเจนในร่างกาย เพราะว่ามีออกซิเจนต่ำ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดนี้ จำเป็นที่จะต้องเลือกให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความจุของเครื่องผลิตออกซิเจน ราคา ไปจนถึงการรับประกัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานนั่นเอง

 

วิธีเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน

  • ราคา: เรื่องของราคาคือสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องผลิตออกซิเจนบางตัวราคาถูก แต่มาพร้อมกับค่าอะไหล่และการบำรุงรักษาที่ค่อนข้างสูง จนบางครั้งก็อาจจะคิดว่าซื้อใหม่เลยดีกว่าไหม
  • จำนวนลิตร: การเลือกจำนวนลิตรของเครื่องออกซิเจนคือสิ่งสำคัญ ควรเลือกให้เหมาะสมกับควรต้องการ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ว่าควรใช้เท่าไหร่ และขนาดที่เลือกใช้นั้นจะเหมาะกับการใช้ภายในบ้านหรือไม่
  • ประหยัดไฟ: นอกเหนือจากการเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนที่ราคาและจำนวนลิตรแล้ว การเลือกเครื่องผลิตออกซิเจนที่กินไฟต่ำ ยังช่วยประหยัดไฟและใช้งานได้นานขึ้นอีกดว้ย

 

ซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นไหนดีราคาคุ้ม

  • Lepu Medical M9: สำหรับเครื่องผลิตออกซิเจนรุ่นนี้มีราคาประหยัด และยังเป็นรุ่นที่มีขนาด 3 ลิตร สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย มีฟังก์ชันควบคุมระยะไกล ทำให้สามารถใช้งานฉุกเฉินได้อีกด้วย ซึ่งตัวนี้มาพร้อมกับไส้กรองนำเข้าจากฝรั่งเศส สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 500 นาที
  • OLIVE OLIVE B-1: เครื่องผลิตออกซิเจนที่สามารถใช้งานได้ทั้งไฟบ้านและไฟรถยนต์ มีแบตเตอร์รี สามารถใช้พกพาได้ มีขนาด 6 ลิตร และสามารถตั้งเวลาได้ตั้งแต่ 0-8 ชั่วโมง 
  • Haier HA105: เครื่องผลิตออกซิเจนที่สามารถใช้กับไฟบ้านได้อย่างสะดวกสบาย คอมเพรสเซอร์ทำมาจากทองแดง ไร้น้ำมัน ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ถึง 7 ลิตร สามารถผลิตออกซิเจนได้รวดเร็ว และสามารถใช้งานได้ถึง 2 คนพร้อมกัน
  • Invacare Platinum 10: เครื่องผลิตออกซิเจนที่มาพร้อมกับตัวช่วยในการแยกออกซิเจนออกจากอากาศภายในห้อง เหมาะสำหรับการใช้งานที่บ้าน มีขนาด 10 ลิตร ให้คุณใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยสัญญาณเตือน กรณีออกซิเจนต่ำกว่า 85% รวมไปถึงสัญญาณเตือนไฟฟ้าขัดข้อง และสัญญาณเตือนอัตราการไหลต่ำ เป็นต้น

สำหรับหลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบกับการนอนบนเตียงคิงไซส์ที่ใหญ่สะใจ จะนอนดิ้นแค่ไหนก็ไม่ตก แถมยังมีพื้นที่ให้ได้พักผ่อนแบบเต็ม ๆ วันนี้เราจึงได้รวบรวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกซื้อเตียงคิงไซส์มาฝากกัน ให้คนที่กำลังมองหาเตียงคิงไซส์ได้นำไปปรับใช้ จะได้เลือกซื้อเตียงที่เหมาะกับความต้องการได้อย่างตรงใจมากที่สุดนั่นเอง 

เลือกซื้อเตียงคิงไซส์ที่มีความหนาและความนุ่มในระดับที่เหมาะกับสรีระ

เชื่อหรือไม่ว่าทั้งความหนาและความนุ่มนั้นส่งผลโดยตรงกับการนอนของเรา เพราะความหนาและนุ่มของที่นอนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกได้ถึงความสบายในขณะนอนหลับ ซึ่งแน่นอนว่าสรีระที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานก็มีส่วนในการเลือกซื้อเช่นกัน ดังนั้นแนะนำว่าให้มองหาที่นอนที่มีความหนา นุ่มแบบพอดีพอเหมาะกับสรีระ น้ำหนัก และการใช้งาน

 

วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็สำคัญไม่แพ้กัน

ในเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิตที่นอนสำหรับเตียงคิงไซส์ก็มีความสำคัญเช่นกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนนั้นที่นอนส่วนใหญ่จะเป็นที่นอนสปริง ซึ่งในภายหลังมา ที่นอนสปริงนั้นไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานอย่างครอบคลุมอีกต่อไป ทำให้ในปัจจุบันนี้มีทั้งที่นอนที่ผลิตจากวัสดุทางเลือกมากมาย ทั้งยางพารา ทั้งเมมโมรีโฟม เพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

 

เลือกซื้อเตียงคิงไซส์กับผู้จัดจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน

เรื่องนอนเรื่องใหญ่ ดังนั้นคุณควรเลือกซื้อทั้งเตียงนอนและฟูดที่นอนจากผู้จัดจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน มีการบริการที่ดีเยี่ม ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกซื้อได้อย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณเลือกซื้อเตียงที่ต้องการได้อย่างไร้ที่ติ รวมถึงการประกันสินค้าและบริการหลังการขายด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าสว่านไร้สายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้สาย DIY อย่างเราสามารถเจาะรูวัสดุเพื่อต่อสกรูและประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้ ถึงแม้วัตถุประสงค์การใช้งานของสว่านทุกชิ้นจะเป็นการเจาะรูเหมือนกัน แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวได้มีการออกแบบสว่านให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ทุกการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราในฐานะผู้ใช้งานก็ควรที่จะเข้าใจรายละเอียดของสว่านแต่ละแบบเพื่อให้ได้สว่านไร้สายที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด สำหรับชาวมือใหม่หัด DIY คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเราควรเลือกซื้อสว่านจากอะไร ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ทุกคนได้อ่านกันด้านล่างนี้แล้ว 

 

เลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

 

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งในส่วนของกำลังโวลท์หรือแบตเตอรี่ เราควรจะตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าวัตถุประสงค์การใช้งานสว่านไร้สายของเราคืออะไร? ใช้เพื่อเจาะรูวัสดุทั่วไป เช่น ไม้และอะลูมิเนียม หรือใช้เพื่อเจาะรูวัสดุที่มีความทนทานสูง เช่นหินและคอนกรีต ในกรณีที่คำตอบของเราคือข้อแรก แน่นอนว่าการเลือกซื้อสว่านธรรมดา เช่น สว่าน 4.8 โวลท์ สำหรับซ่อมแซมและต่อเติมวัสดุต่างๆ หรือ สว่าน 10.8 โวลท์ หรือ 12 โวลท์ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว  แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากคำตอบของเราคือข้อสอง ทางที่ดีเราก็ควรเลือกซื้อสว่านที่มีกำลังไฟสูงกว่าสว่านทั่วไป หรือเลือกใช้สว่านโรตารี่ เป็นต้น

 

เลือกจากดอกสว่าน

 

หลังจากที่รู้แล้วว่าเราซื้อสว่านไร้สายไปใช้งานกับวัสดุแบบไหน ลำดับต่อมาเราอยากจะให้ทุกคนเลือกประเภทของดอกสว่านให้สอดคล้องกับงานของตัวเอง เพราะหากเราเลือกใช้ดอกสว่านผิดประเภท ตัวงานที่ได้ก็อาจจะมีความผิดพลาด แถมยังส่งผลเสียให้ตัวดอกสว่านเสียหายเร็ววยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนเป็นเหตุให้เราต้องเสียทั้งเงินและเวลาไปกับซ่อมแซมและซื้อวัสดุชิ้นใหม่มาแทนที่

 

เลือกจากแบตเตอรี่

 

ในปัจจุบันเราสามารถแบ่งประเภทของแบตเตอรี่ที่ใช้กับสว่านไร้สายออกได้ 2 แบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย แบตเตอรี่ Ni-cd หรือแบตเตอรี่แบบเก่า และแบตเตอรี่ Li-ion หรือแบตเตอรี่แบบใหม่ โดยสิ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ทั้งประเภทนี้ต่างกันได้แก่คุณสมบัติในการใช้งาน โดยแบตเตอรี่ประเภทแรกมักจะมีกำลังอ่อนลงตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ กล่าวคือยิ่งแบตฯ ใกล้หมดเท่าไหร่ สว่านก็จะยิ่งแรงตกเรื่อยๆ มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะต่างกับแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และสว่านยังคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มกำลังจนกระทั่งแบตฯ หมด เนื่องจากแบตเตอรี่ Li-on มีอายุการใช้งานนานแถมยังมีน้ำหนักเบากว่าจึงทำให้สว่านที่ใช้แบตเตอรี่ประเภทนี้มักมีราคาสูงกว่าสว่านแบบเก่าอยู่บ้างเช่นกัน

 

ไม่ยากกันเลยใช่ไหมกับวิธีเลือกสว่านไร้สายที่เราได้รวบรวมมาวันนี้ สุดท้ายก่อนจากกันไปเราอยากจะขอให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน DIY และอย่าลืมปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานของสว่านแต่ละประเภทอย่างเคร่งครัดด้วยละ