แน่นอนว่าสว่านไร้สายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้สาย DIY อย่างเราสามารถเจาะรูวัสดุเพื่อต่อสกรูและประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันได้ ถึงแม้วัตถุประสงค์การใช้งานของสว่านทุกชิ้นจะเป็นการเจาะรูเหมือนกัน แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวได้มีการออกแบบสว่านให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ทุกการใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราในฐานะผู้ใช้งานก็ควรที่จะเข้าใจรายละเอียดของสว่านแต่ละแบบเพื่อให้ได้สว่านไร้สายที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด สำหรับชาวมือใหม่หัด DIY คนไหนที่ยังไม่รู้ว่าเราควรเลือกซื้อสว่านจากอะไร ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ทุกคนได้อ่านกันด้านล่างนี้แล้ว 

 

เลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

 

ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งในส่วนของกำลังโวลท์หรือแบตเตอรี่ เราควรจะตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าวัตถุประสงค์การใช้งานสว่านไร้สายของเราคืออะไร? ใช้เพื่อเจาะรูวัสดุทั่วไป เช่น ไม้และอะลูมิเนียม หรือใช้เพื่อเจาะรูวัสดุที่มีความทนทานสูง เช่นหินและคอนกรีต ในกรณีที่คำตอบของเราคือข้อแรก แน่นอนว่าการเลือกซื้อสว่านธรรมดา เช่น สว่าน 4.8 โวลท์ สำหรับซ่อมแซมและต่อเติมวัสดุต่างๆ หรือ สว่าน 10.8 โวลท์ หรือ 12 โวลท์ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว  แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากคำตอบของเราคือข้อสอง ทางที่ดีเราก็ควรเลือกซื้อสว่านที่มีกำลังไฟสูงกว่าสว่านทั่วไป หรือเลือกใช้สว่านโรตารี่ เป็นต้น

 

เลือกจากดอกสว่าน

 

หลังจากที่รู้แล้วว่าเราซื้อสว่านไร้สายไปใช้งานกับวัสดุแบบไหน ลำดับต่อมาเราอยากจะให้ทุกคนเลือกประเภทของดอกสว่านให้สอดคล้องกับงานของตัวเอง เพราะหากเราเลือกใช้ดอกสว่านผิดประเภท ตัวงานที่ได้ก็อาจจะมีความผิดพลาด แถมยังส่งผลเสียให้ตัวดอกสว่านเสียหายเร็ววยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนเป็นเหตุให้เราต้องเสียทั้งเงินและเวลาไปกับซ่อมแซมและซื้อวัสดุชิ้นใหม่มาแทนที่

 

เลือกจากแบตเตอรี่

 

ในปัจจุบันเราสามารถแบ่งประเภทของแบตเตอรี่ที่ใช้กับสว่านไร้สายออกได้ 2 แบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย แบตเตอรี่ Ni-cd หรือแบตเตอรี่แบบเก่า และแบตเตอรี่ Li-ion หรือแบตเตอรี่แบบใหม่ โดยสิ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ทั้งประเภทนี้ต่างกันได้แก่คุณสมบัติในการใช้งาน โดยแบตเตอรี่ประเภทแรกมักจะมีกำลังอ่อนลงตามปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ กล่าวคือยิ่งแบตฯ ใกล้หมดเท่าไหร่ สว่านก็จะยิ่งแรงตกเรื่อยๆ มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดส่วนนี้จะต่างกับแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้น และสว่านยังคงสามารถทำงานได้อย่างเต็มกำลังจนกระทั่งแบตฯ หมด เนื่องจากแบตเตอรี่ Li-on มีอายุการใช้งานนานแถมยังมีน้ำหนักเบากว่าจึงทำให้สว่านที่ใช้แบตเตอรี่ประเภทนี้มักมีราคาสูงกว่าสว่านแบบเก่าอยู่บ้างเช่นกัน

 

ไม่ยากกันเลยใช่ไหมกับวิธีเลือกสว่านไร้สายที่เราได้รวบรวมมาวันนี้ สุดท้ายก่อนจากกันไปเราอยากจะขอให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน DIY และอย่าลืมปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานของสว่านแต่ละประเภทอย่างเคร่งครัดด้วยละ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *