เรื่องของมุ่ย

มุ่ยเป็นลูกจีน พ่อแม่มีค่านิยมโบราณสุดกู่แบบคนจีนทั่วไป มุ่ยจึงเติบโตขึ้นมาพร้อมกับ ขนบวัฒนธรรมหนึ่งใน อีกประเทศหนึ่ง พอโตขึ้น ก็ค่อยๆซึมซับขนบธรรมเนียมไทย และขนบ ธรรมเนียมฝรั่งไปพร้อมๆกัน มุ่ยจึงเป็นคน ที่มีทัศนคติหลากหลาย มองโลกในแง่มุมที่เปิดกว้าง เพราะได้เปรียบเทียบสิ่งต่างๆที่ดำเนินอยู่ในชีวิตจนเติบใหญ่

สิ่งนี้เองที่ภายหลังได้สร้างความสับสนให้มุ่ยอยู่ไม่น้อย เพราะมุ่ยบังเอิญเกิดมาชอบผู้หญิงด้วยกัน แต่เป็นคนที่เปิดกว้าง มุ่ยจึงชอบผู้ชายด้วยเหมือนกัน ในแง่ของความสัมพันธ์ร่างกายธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกภายในทั้งใจเพราะสิ่งนี้มุ่ยมีให้กับผู้หญิงเท่านั้น

มุ่ยเกลียดการกดขี่ทางเพศ ซึ่งคนจีนเป็นกันมาก มุ่ยจึงไม่อาจรักผู้ชายคนใดลง บวกกับธรรมชาติของผู้ชายที่เห็นแก่ตัว มุ่ยจึงสร้างเกาะป้องกันไม่ให้มีผู้ชายเข้ามาในชีวิตเกินกว่าที่จำเป็น มุ่ยรู้ตัวว่าชอบผู้หญิงตั้งแต่จำความได้และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเข้มแข็ง เป็นผู้นำได้ กล้าคิด กล้าทำ จึงจัดตัวเองเป็นทอม แต่ไม่ชอบซอยผมสั้น ใส่รองเท้า หรือกางเกงในผู้ชาย มุ่ยไว้ผมยาว แต่งหน้า และแต่งตัวทะมัดทะแมงธรรมดาๆ แต่ผู้คนรอบข้างจะรู้สึกถึงบุคลิกแข็งๆ ของมุ่ยได้ไม่ยาก

อาจจะเคยมีคนสงสัยว่ามุ่ยคงเป็นทอม แต่มุ่ยก็มีแฟนผู้ชายหลายคน จนใครต่อใครไม่ติดใจในเรื่องนี้มากนัก ตอนเป็น วัยรุ่น มุ่ยจัดเป็นคนหน้าตาดี แถมยังเรียนอยู่โรงเรียนคอนแวนต์ฯ จึงมีผู้หญิงมาชอบมุ่ยมากพอสมควร ด้วยบุคลิกอย่าง มุ่ยก็คงพอเดาออกว่ามีแต่ดี้มาชอบ แต่ก็ยังอุตส่าห์มีทอมหลงมาหนึ่ง คนซึ่งก็เป็นครูพละของมุ่ยเอง เรื่องนี้แม้กระทั่ง ทุกวันนี้ผ่าน มา 20 กว่าปีแล้ว มุ่ยยังไม่เคยเล่าให้เพื่อนๆฟังเลย

มุ่ยไม่ใช่คนช่างเล่า ช่างคุย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่ฟังแล้วเหมือนกับยอตัวเอง มุ่ยเป็นคนถือตัวเอง ไม่เคย เริ่มต้นกับ ใครก่อน ขัดกับบุคลิกจริงๆข้างในที่อ่อนไหว โรแมนติก ขี้สงสาร และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มุ่ยจึงเป็น ศูนย์รวมของเพื่อนๆ ในแง่ของการให้คำปรึกษา

สิ่งหนึ่งที่เพื่อนเชื่อใจมุ่ยได้อย่างดีก็คือ มุ่ยเก็บความลับเก่ง และไม่เคยให้ร้ายใครเด็ดขาด แต่พอถึงเรื่องความรัก ของมุ่ยเอง มุ่ยกลับล้มเองไม่เป็นท่า หลายๆครั้งที่มุ่ยโกรธตัวเองว่าทำไมหนอ? แล้วมุ่ยก็ต้อง อ๋อ เพราะว่ามุ่ยมี พื้นฐาน อย่างหนึ่ง และซึมซับเอาสารพัดอย่างเข้าไปในชีวิตนั่นเอง

มุ่ยเป็นคนเปิดกว้างมาก แต่ความหัวโบราณของพ่อแม่ ก็ยังส่งผลควบคุมมุ่ยอยู่บ้างเล็กน้อย ความที่พ่อแม่เลี้ยง มาอย่างโบราณ ทำให้มุ่ยไม่กล้าเปิดเผยเรื่องชอบผู้หญิงให้ใครฟัง เพราะว่าแน่นอนครอบครัวรับไม่ได้ เพื่อนฝูงรอบ ข้างทุกคนลึกๆก็ไม่ชอบเหมือนกัน อย่างเช่นเพื่อนบางคนที่เป็นทอม ถึงจะไม่ถูกตัดขาดจากสังคม แต่ทุกคน จะรู้สึกแปลก แยกกับเขา ทำอย่างไรก็เข้ากับเขาได้ไม่สนิท เหมือนขับไสไล่ส่งในทางอ้อม ให้เขาต้องไป แสวงหา
สังคม ของพวกเดียวกันในที่สุด

สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาแล้ว ทำให้มุ่ยกลัว คิดอยู่เสมอว่ามันช่างได้ไม่คุ้มเสียเอาซะเลย พอจบมศ.3จาก โรงเรียน คอนแวนต์ฯ มุ่ยก็เข้าเรียนต่อ ม.ศ.4-5 เป็นโรงเรียนสหศึกษา ซึ่งมุ่ยเองประหม่าจนแทบเดินไม่เป็นเลย เนื่องจาก พวกเด็กผู้ชายจ้องมุ่ยตาเป็นมัน เสียงห้าวๆพร่าๆเหมือนเป็ดเพราะเพิ่งแตกเนื้อหนุ่ม ทำให้มุ่ยรู้สึกกระอักกระอ่วน อดรู้สึกว่าตัวเองเหมือนแม่ชีไม่ได้

มุ่ยเสแสร้งเต็มที่เพื่อปกปิดตัวตนจริงๆ จึงมีแฟนปีละคน เพราะนิสัยมุ่ย ต้องแสดงออกอย่างหนึ่ง เพื่อมุ่งหวังจะปกปิด อีกอย่างหนึ่ง จนเรียนมหาวิทยาลัย มุ่ยก็มีแฟนเป็นผู้ชายอีก 2-3 คน ถ้าภาษากระเทยคงเรีบกว่า”อีแอบ” เนื่องจาก สังคม ตอนนั้นรับไม่ได้เลยเรื่องผู้หญิงชอบผู้หญิง แล้วพวกผู้ชายก็เข้าหา มุ่ยเอง ลองคบดูกี่คนต่อกี่คน ก็ไม่มีใคร สามารถ สัมผัสหัวใจได้แม้เพียงผิวนอก มุ่ยจึงบอกเลิกแล้วก็บอกเลิก แล้วก็บอกเลิก อยู่อย่างนี้เหมือนคนเจ้าชู้ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่า สำหรับมุ่ยมันเหมือนตกอยู่ในนรกก็ไม่ปาน ในระหว่างช่วงเวลานั้น มุ่ยรักผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็น นางแบบชื่อดังในยุคนั้น

แล้วมันก็เป็นเวรกรรมหรืออย่างไรไม่รู้ได้ มุ่ยต้องเจอนางแบบคนนั้นโดยบังเอิญถึง 5 ครั้งด้วยกัน แล้วมัน ก็เจ็บปวดใจ ที่เราไม่กล้าพูดสิ่งลึกๆในใจเรา เธอเองก็ไม่ใช่หญิงรักหญิงอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่เจอ มุ่ยจะต้อง เจ็บช้ำใจไปนาน และดูเหมือนเธอเองก็จะรู้สึกพิเศษกับมุ่ย มีอะไรบางอย่างที่เธอรับได้ แต่ตัวเธอเองไม่เข้าใจ

มุ่ยแน่ใจว่ามุ่ยเห็นแววตางงๆของเธอทุกครั้งที่จากกัน มุ่ยตกหลุมรักนี้อยู่นานประมาณ 6-7 ปี รักมากแล้วก็เจ็บมาก แต่ไม่สามารถบอกใครได้เลย แล้วความรักก็ค่อยๆจางไปพร้อมกับความเจ็บปวด ไม่มีอะไรรักษาบาดแผล จากรักได้ นอกจากกาลเวลาเท่านั้น นี่คือเหตุการณ์ประมาณ 15 ปีผ่านไปแล้ว

ตอนนี้มุ่ยอายุ 40 กว่า ๆ ครอบครัวและเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเลิกสนใจแล้วว่ามุ่ยจะแต่งงานหรือไม่ เรียกว่าลุ้นจน เลิกลุ้น ไปแล้ว

ทุกคนคงเห็นว่ามุ่ยมีความสุขดี และไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผู้ชาย หรือการแต่งงานเลยแม้แต่นิด พ่อแม่ก็แก่เฒ่าแล้ว ทุกคนรอบข้างต่างมีครอบครัวภาระต่างๆกันไป แต่ความจริงแล้ว มุ่ยกลับวิ่งไล่ล่าหาความรักเหมือนวัยรุ่น มันว้าวุ่น สับสนอยู่ภายในคนเดียว ราวกับว่ามันไม่เคยจากไปไหนเลย มุ่ยอึดอัดใจมาก มุ่ยอยากตกหลุมรักอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้แม้ว่าจะผิดหวังเจ็บปวดซมซานอย่างไรมุ่ยก็ยอม ชีวิตของมุ่ยต้องเสแสร้งปิดบังอยู่ตลอดเวลา เหมือนสุภาษิตฝรั่งที่บอกว่าซ่อนอยู่แต่ในตู้

เมื่อสังคมเปิดกว้างขึ้น มุ่ยก็อายุมากเกินกว่าที่จะถอยหลังไปตั้งหลัก เปิดตัวหน้าตาบ้องแบ้ว เพราะฐานะทางสังคม
ประสบการณ์และวุฒิภาวะ ทำให้มัน(การเปิดตัว)ยังคงเป็นสิ่งที่อยากยิ่งอยู่เช่นเดิม แต่มุ่ยตั้งใจมั่น ว่าถ้ามุ่ยมี ความรัก อีกสักครั้ง มุ่ยจะเปิดเผยให้เพื่อนสนิทที่สุดรู้

คนๆนั้นคือเพื่อนเรียนมหาลัยมาด้วยกัน และสนิทกันมา 18 ปีแล้ว เป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง เขาชื่ออ้วน และอ้วนเป็น คนประหลาด มุ่ยคิดว่าตัวเองเป็นคนแปลกแล้ว เมื่อเทียบกับอ้วน จะต้องชิดซ้ายไปเลย อ้วนรับได้แน่นอนในความ เป็นหญิงรักหญิงของมุ่ยแต่ในเมื่อมุ่ยยังไม่ได้รักใคร ก็ไม่รู้จะเปิดเผยไปทำไมตลอดเวลาที่ไล่ล่าหารัก ไม่ได้หมายความว่ามุ่ยไปเที่ยวจีบใครต่อใคร แต่ความรู้สึกอยากมีความรัก ได้ติดตาม ไปทุกหนทุกแห่ง พบคนถูกใจบ้างแต่ก็ไม่ใช่ ยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักยากขึ้นเช่นกัน

ความจริงมุ่ยเปิดเผยเป็นนัยๆให้อ้วนฟัง ในทำนองที่ว่าถ้ามุ่ยไม่รักใครเสียที มุ่ยจะลองคบผู้หญิงดู อ้วนรู้ว่ามุ่ย เป็นพวกต่อต้านกดขี่ทางเพศแบบสุดกู่ จึงไม่ค่อยกินเส้นกับผู้ชายเท่าไหร่นัก แต่อ้วนกลับไม่สนใจในประเด็น ที่มุ่ยต้องการสื่อออกไป ทำตัวเป็นผู้ชำนาญทางด้านจิตวิทยา วิเคราะห์ว่าเป็นเพราะมุ่ยอยากเติมเต็มชีวิตด้วยความรัก แต่ลึกลงไปกว่านั้นคือไม่อยากรัก เพราะรู้ตัวว่ามีชีวิตคู่ไม่ได้ หมายถึงไม่มีผู้ชายคนไหนทนมุ่ยได้ มุ่ยก็ยังงงอยู่ว่าทำไม

อ้วนไม่สนใจเลยว่ามุ่ยเป็นหญิงรักหญิงหรือไม่?

แต่ก็ช่างเถอะ ขอเพียงมีรักเท่านั้น มุ่ยพร้อมที่จะแลกได้ทุกอย่าง และเมื่อเร็วๆนี้เอง มุ่ยเริ่มรู้สึกพิเศษกับผู้หญิง คนหนึ่ง ถึงขนาดส่งโคลงไปให้สองฉบับในชีวิตยังไม่เคยทำแบบนี้เลย แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเอง บอกเพียงแต่ว่าฉัน ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกับเธอนั่นแหละ แต่แล้วมุ่ยก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี มุ่ยจีบใครไม่เป็นเสียด้วย

แล้วถ้าเราอุตส่าห์เปิดตัวหลังจากปิดบังมาตลอดชีวิต แล้วถ้าเขาไม่ชอบผู้หญิง มุ่ยจะทำยังไง?

ปัญหาไม่ใช่แค่นั้น แต่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน คงจะรู้กันทั้งบางแน่ๆ ฉบับล่าสุด มุ่ยเพิ่งจะแต่งเสร็จ โคลงนั้นบอกว่า ถ้าฉันมีความหวังอันน้อยนิด ก็ขอให้เธอใส่สีขาวทุกวันอาทิตย์ ฉันจะได้กล้าเข้าหาเธอ ฉบับนี้จะส่งพรุ่งนี้อยู่แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นไงเป็นกัน ถ้ารักครั้งนี้สำเร็จสมฤดีหมาย มุ่ยก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอเพียงมีชีวิตสงบสุข กับคนรัก เท่านี้มุ่ยก็พอใจเป็นที่สุด

ถ้ารักนี้ต้องกินแห้วอีกเม็ดหนึ่งในชีวิต มุ่ยคิดว่าจนปูนนี้แล้วตัวเองเข้มแข็งพอสำหรับทุกอย่าง

สำหรับทุกวันนี้ที่ยังไม่เปิดเผย เพราะว่ายังไม่มีอะไรให้เปิด แต่เมื่อใดที่คุ้มค่าแล้ว แม้จะยากยิ่งเพียงใดมุ่ยก็คงต้อง พร้อมแล้ว.

 

*ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารอัญจารีสาร ของกลุ่มอัญจารี องค์กรสนับสนุนและปกป้องสิทธิคนรักเพศเดียวกัน
บรรณาธิการ โดย มีนา รักชีวัน

……………………………………………………………..

กลุ่มสะพาน จะเพิ่มคอนเท้นต์ใหม่คือ เรื่องของเรา ด้วยเห็นว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต ของญรญแต่ละคนนั้น เปี่ยมคุณค่า มีความหมาย สะท้อนถึงตัวตน การมีอยู่ของพวก เราแต่ละคน ซึ่งล้วนแตกต่างกัน

กลุ่มสะพานจึงขอเชิญเพื่อนๆ ญรญเขียน “เล่า”เกี่ยวกับตัวเองอย่างที่อยากพูด
อยากคุยให้ใครสักคน ได้รับรู้ รับฟัง ไม่ต้องเปิดเผยชื่อนามสกุลจริง

นอกจากเรื่องที่ต้องการจะเล่าเท่านั้น
เขียนเท่าที่อยากเขียน ในแบบ ที่อยากเขียน

เพื่อเปล่ง”เสียง”ของพวกเราออกมา
ทุกๆ เสียง จะค่อยๆ กลายเป็นเสียงที่หนักแน่น และดังขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ไม่มีค่าตอบแทนใดจะมอบให้ นอกจากคำขอบคุณ

ที่คุณมีส่วนทำให้เกิด/มีเรื่องราวของญรญที่จะทำให้ครอบครัว พ่อ แม่
พี่น้องเพื่อนร่วมงาน คนรอบข้าง รวมไปถึงสังคมไทยน่าจะเข้าใจคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น

และเคารพในแตกต่างความหลากหลายของผู้คน

ส่งเรื่องเล่าของคุณมาที่อีเมล์นี้ค่ะ
ipinkpride@yahoo.com

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>