อทิติ- ฉันทกา “มั่นใจแน่ว่าชอบผู้หญิง “

tie2

 

ตอนเด็กเป็นยังไงบ้าง

ชีวิตเรียบง่าย สบายๆ ไม่โลดโผนโจนทะยาน อยู่ติดบ้าน ค่อนข้างจะเรียบร้อย อบอุ่น เป็นครอบครัว
ใหญ่อยู่ละแวกใกล้กัน ที่บ้านเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แล้วเปลี่ยนมาขายของชำ พ่อวิ่งรถส่งของชำ ไปขายที่พังงา แล้วรับผลไม้จากสวนตัวเองที่พังงากลับมาขายที่ภูเก็ต ฐานะปานกลาง ทิเป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว ๒ คน น้องชายพิการ ๑ คน

ครอบครัวก็ดูอบอุ่นดีนะคะ ทำไมมารักผู้หญิงได้ล่ะ (อันนี้ถามแบบล้อๆ จากที่คนทั่วไปเขาชอบว่า)

อืมม์ ไม่รู้สินะ ตอนสมัยประถม ก็ถูกเพื่อนๆจับคู่ให้เป็นแฟนกะเพื่อนผู้ชายคนนู้นคนนี้นะ ก็แอบอาย ตามประสาเด็ก คิดไปเรื่อย แต่ พอเข้า ม.1 ก็มีพี่ผู้ชายมาชอบเพราะ เราไปเป็นแม่สื่อให้เขาไง แต่เค้าดันมาชอบ เราที่เป็นแม่สื่อ ก็เลยคบดูแต่ก็ยังไม่ได้เรียกว่ารักนะ ระหว่างนั้นก็มีรุ่นพี่ ที่เป็นทอม มาแซว เป็นพี่ทอม ม.3 รุ่นนั้นมีทอมเยอะมากเกือบ30 คน แล้วหน้าตาก็น่ารักทั้งกลุ่มเลย ตอนนั้น กระแสทอมแรงมาก รุ่นพี่ปุ๊ อัญชลีเป็นไอดอลน่ะ เราก็รู้นะ ว่าที่จริงใครที่ชอบเรา แล้วพี่ๆ กลุ่มนี้ไปได้
เบอร์โทร มาจากไหนไม่รู้ ก็โทรมาหาเราที่บ้านคุยเป็นชั่วโมงเลยนะ แต่ไม่ได้คุยกะคนที่มาชอบหรอก คุยกะคนอื่นทุกคนเลย คนที่เขาชอบเราคุยแป๊บเดียวตอนสุดท้ายแล้วก็วางสาย เป็นอย่างนี้อยู่นาน

แล้วก็ไม่รู้ว่าใจมันแปลกๆไปตอนไหน รู้สึกชอบเขาขึ้นมาแต่ไม่ได้คบกัน เพราะเขามีคนที่เขารักอยู่แล้ว แบบเขาจีบเราเล่นๆ น่ะ เขาเจ้าชู้มาก ก็ไปบอกเลิกกะพี่ผู้ชาย พอ ม.3 ก็มีเพื่อนคนนึงมาขโมยจูบแรกไป คงเริ่มจากตอนนั้นนะ ก็เล่าให้พี่ทอมฟังว่ามีคนมาปล้นจูบ อิอิ เขาก็ถามเราว่าจะให้เขาไปสั่งสอน เพื่อนคนนั้นไหม เราไม่อยากให้เป็นเรื่องก็บอกพี่ว่าไม่ต้องไปทำอะไรเขา หลังจากนั้นไม่นาน พี่ทอมก็
พา เราไปบ้านเขา ก็เป็นครั้งแรก นั่นคงเป็นสาเหตุมั๊ง เพราะจูบแรก และเซ็กส์ครั้งแรก เริ่มจากผู้หญิง

แล้วเพื่อนๆ รู้มั้ย

รู้ ด้วยความที่เรียนโรงเรียนหญิงล้วน มันเลยเหมือนเรื่องธรรมดา เพื่อนๆ นึกว่าเป็นตามแฟชั่น สักวันก็เปลี่ยน แต่จนวันนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนจนเพื่อนสมัยเรียนเอ่ยถามว่า อ้าว! ยังไม่เปลี่ยนอีกเหรอ แต่เราและเพื่อน ๆ ทุกคนก็เหมือนเดิม

ครอบครัวล่ะ

ทุกคนรู้หมด

เขาว่ายังไงกันบ้างคะ

ยายพยายามพาทิไปดูตัวผู้ชาย หรือพาผู้ชายมาดูตัวทิ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ทิแต่งงาน แต่ทิไม่เคย
สนใจ แล้วบอกยายตรงๆ ว่าไม่สน อยู่แบบนี้มีความสุขดีแล้ว จนหลังๆ ยายก็เลิกสนใจอีกต่อไป

มีเหตุการณ์อะไรที่สำคัญๆ เกี่ยวกับการเป็นคนรักเพศเดียวกันของเราหรือเปล่า

เคยมีครั้งนึง ด้วยความเป็นเด็ก มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งมาพูดว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่มันไม่จริง มันเป็นแฟชั่น ในขณะที่ทิเองไม่มีความมั่นใจในคนที่ทิรักและไม่รู้จักตัวเองดีพอ เมื่อไม่ประสบความสำเร็จในความรัก และถูกเพื่อนผู้ชายท้าทายให้ลองคบหากัน ในคำพูดที่ว่า “แน่จริงมาลองคบเค้าดู เค้าจะทำให้ทิเปลี่ยน” ทิก็ท้าทายกลับว่า “แน่จริงมาลองทำให้เปลี่ยนดู” ทั้งที่รู้แก่ใจว่าทิไม่เปลี่ยน

แต่ด้วยการท้าลองนี้ทำให้ทิมั่นใจตัวเองมากขึ้นว่าทิไม่สามารถเปลี่ยนไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายได้

มันมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เรามั่นใจขนาดนั้น

เคยคบกับผู้ชายมั๊ง คบมาเอ่อ ไม่อยากเรียกว่าแฟนนะ เพราะไม่รู้สึก เอาเป็นว่า คบกัน ก็คนแรก ก็พี่ที่เราเป็นแม่สื่อ อันนั้นเด็กๆ จากนั้นก็เพื่อนคนนึงที่เรียนพิเศษด้วยกันแบบเด็กๆ อีกแหละคนนี้ ถึงขนาดจะให้พ่อมาขอ แต่เราเฉยๆ เขาเป็นลูกเจ้าของร้านเทป ตอนนั้นอยากฟังเพลงอะไร ก็ไป หยิบที่ร้านหรือบอกเขาก็เอามาให้เลย อู้ฟู่นะสมัยนั้น มีหนุ่มมาจีบเยอะ เพราะหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตา 5555 ตอนนี้ แก่แล้ว เราก็รู้จักไว้ให้เขาพาไปกินข้าวเลี้ยงหนัง เที่ยว หรือหลอกให้เขาซื้อของขวัญให้ บอกว่าเป็นวันเกิด หลายคนคงเคยมีประสบการณ์แบบนี้นะ

ก็คบมาหลายคน แต่ที่มั่นใจแน่ว่าชอบผู้หญิง คือ การเปรียบเทียบเรื่องเซ็กส์ ด้วยล่ะมั๊ง ผู้ชายคน สุดท้ายที่คบคือคนที่มาท้าอย่างที่บอกนั่นแหละคนนั้น คนตอนเรียนจบ ม.6 คนนี้เป็นผู้ชายคนแรก ที่มีเซ็กส์ด้วย ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่า เรารักที่จะมีแฟน ผู้หญิงมากกว่า เพราะไม่เคยรักผู้ชาย คนไหน เลยแม้เขาจะเป็นคนดี แม้จะมีเซ็กส์ หรือ ไม่มีเซ็กส์

ทิทำงานอะไรคะ
ตอนนี้ เป็นช่างแต่งหน้า ทำผมค่ะ เป็นฟรีแลนซ์ ไม่ได้เปิดร้าน ใครให้ไปไหนก็ไป ส่วนใหญ่ก็ ทำงานตามสถานีโทรทัศน์ แต่งหน้าดารา พิธีกร ผู้ประกาศ ใครจะแต่งหน้ารับปริญญา แต่งงาน หรือ บริษัทจะมีงานอะก็โทรมาสอบถามได้นะคะ ที่เบอร์ 086-831-9219 นี่ ขออาศัยโฆษณาหางานซะเลย
อิอิอิ อ้อ ใครมีบริษัทออแกไนซ์ หรือ บ.โฆษณา ก็เรียกใช้ได้นะคะ

ทำงานอิสระ เลยไม่มีปัญหาอะไร

ทิเป็นดี้ เลยไม่มีปัญหาเรื่องการใส่กระโปรง ชอบใส่กระโปรงด้วยซ้ำ และงานแต่งหน้า-ทำผมให้กับ กองละครและสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการแต่งตัว มักแต่งตัวสบายๆ บางวันยังใส่ ขาสั้นเลยค่ะ แต่ไม่สั้นมากนะคะ แค่เข่า

แล้วกับเพื่อนๆ ที่ทำงานละคะ เขารู้มั้ยว่าเราเป็นญรญ.

โอ้ย!! มีแต่พวกเดียวกัน คือ คนในวงการบันเทิงน่ะ กลุ่มนี้เยอะเลยไม่แตกต่างหรือเกิดการกีดกัน แปลกแยก ค่อนข้างสนุกสนาน

ทิไม่ชอบงานออฟฟิศ และถนัดงาน make up artist มากกว่า ฉะนั้นความเป็นหญิงรักหญิง ไม่ได้เป็น ส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกทำงานอิสระ ถ้าสมมุติ ทิทำงานออฟฟิศ ทิว่า คงเป็นปกตินะคะ ดี้ไม่ค่อย มีปัญหาเพราะคนทั่วไปจะมองไม่ออก มันกลมกลืนน่ะ ถ้าเป็นทอมสิ อีกเรื่อง

เคยถูกเพื่อนร่วมงานเค้าเม้าท์อะไรที่เกี่ยวกับการเป็นคนรักเพศเดียวกันของเรามั้ย

เพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าที่ค่อนข้างจะสนิทกัน มักจะถามว่าอยู่กันยังไง มีเซ็กส์กันยังไง ถ้าเค้าถาม ด้วยน้ำเสียงสุภาพก็จะเล่าให้เค้าฟัง แต่ถ้าเค้าถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นก็จะท้าให้มาลองดูสิ ประมาณว่า “จะอยากรู้เรื่องการนอนของชาวบ้านไปทำไมนักหนา อยากรู้ก็มาลองตรงนี้เลยสิ”
ถ้าเขาขอลองจริงๆ กล้าทำเหรอ ไม่หรอกกกกกก555 ตอบด้วยความรำคาญ หมั่นไส้ คนถามก็คง ไม่กล้าลองหรอก

ที่ผ่านมาเคยมีแฟนมาบ้างหรือยังคะ

นับไม่ถ้วน แต่รักจริงไม่กี่คน

เล่าประสบการณ์ในการคบหาแฟนแต่ละคนให้ฟังได้ไหมคะ

ทุกวันนี้คนที่เราคบจริงจัง พอเลิกกันก็ยังกลายเป็นเพื่อนกันอยู่ ปรึกษาปัญหากัน มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน แต่กับคนที่คบกันผ่าน ๆ บางคนก็หายไปเลย บางคนก็ยังพูดคุยกันบ้าง

ขอเล่าประสบการณ์ของคนที่ทิรักมากที่สุด ตอนนั้นคบหาอยู่กินกันเป็นครอบครัว มีเค้า มีเรา มีลูก (เป็นลูกชายของน้องชายแฟนที่ทิรับมาเลี้ยงตั้งแต่เกิด เพราะพ่อแม่เค้าแยกทางกัน) ทิไม่ได้ทำงาน ส่วนเค้าทำงานหาเงิน เหมือนสามีเลี้ยงภรรยา ภรรยาเลี้ยงลูกและทำงานบ้าน มีทะเลาะกันบ้าง ซึ่งส่วน มากจะเป็นเรื่องลูก กะเรื่องแฟนอีกคนของเขา ไม่เคยตบตีกัน แต่มักจะใช้คำพูดเชือดเฉือน ส่วนมาก ทิจะทำร้ายตัวเอง เพราะคิดว่าถ้าทำเค้าแล้วทิจะรู้สึกเจ็บมากกว่า มีทั้งกินยานอนหลับๆ ไปสามวัน มีทั้งใช้คัตเตอร์บ้าง มีดโกนบ้าง กรีดแขนกรีดขาลึกประมาณเซ็นต์ครึ่ง ยาวประมาณสองนิ้ว

ช่วงเวลา 8 ปีที่อยู่ด้วยกัน มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องญาติเค้า เรื่องผู้หญิงของเค้า ทำให้รู้สึกว่า รับความกดดันเจ็บปวดตรงนี้ไม่ไหวแล้ว ก็ตัดสินใจเดินออกมาจากเค้า แต่ทิกับเค้ายังคงรู้สึกดีต่อกัน ยังคงกลับไปรับลูกมาเที่ยวหรือกินข้าวด้วยกัน ซึ่งลูกจะแสดงออกว่าดีใจมาก

ในความเจ็บปวดก็ทำให้ทิได้เรียนรู้ถึงการให้อภัย ความเสียสละ ความซื่อสัตย์ ทำให้รู้ว่าความรัก มันไม่มีเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน มันก็มีความสุขมากกว่า ณ วันนี้เหมือนกับทิพยายาม ทำดีที่สุดเพื่อลูกและเพื่อตัวเอง

การทำร้ายตัวเองที่บอกมา ทิเคยหวนไปคิดมั้ยคะว่ามันมาจากการเป็นญรญ.ของเรามั้ย

ไม่นะ การเป็น ญรญ ไม่ใช่สาเหตุของการทำร้ายร่างกายตัวเอง ที่ทิทำอย่างนั้น เพราะ ทิคิดว่า ฉันเจ็บที่ใจ ถ้าฉันทำให้กายตัวเองเจ็บฉันก็คงเจ็บใจน้อยลง หรือ ลืมอาการเจ็บใจไปบ้าง เหมือน ย้ายที่เจ็บน่ะค่ะ กับอีกเหตุผลนึงคือ ทิต้องการสร้างแผลไว้เตือนใจตัว เวลาทีทิมองแผล ก็สอนตัวเองไปว่า พอหรือยังล่ะ เจ็บพอหรือ ยัง จำไหมหรือ ยังตาไม่สว่างอีกอะไรประมาณนี้

คบกันตั้งนานแต่ก็จบลง เพราะอะไร เคยถามตัวเองมั้ย

ถ้าความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความอดทนของทิมีมากกว่านี้ ความรักก็คงจะยืนยาวกว่านี้ ทิมั่นใจว่าทิทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องของอนาคต

แล้วที่เขาบอกว่าชีวิตคู่แบบนี้ไม่ยั่งยืนละคะ คิดว่ายังไง

ไม่เลย คิดว่าชีวิตคู่แบบนี้ยั่งยืน มันอยู่ที่ความคิดของแต่ละคน ถ้าคุณคิดว่าใช่มันก็ใช่ ถ้าคุณคิด ว่าไม่ใช่และไม่ทำให้มันเกิดขึ้น มันก็ไม่มีทางจะใช่ ไม่ว่าคู่นั่นจะเป็น ญรญ ชรช หรือ ญรช ก็มีโอกาสที่จะอยู่กันยั่งยืนและไม่ยั่งยืนเท่ากัน

คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนทั้งคู่สามารถอยู่ด้วยกันได้นาน

แต่ละคู่ต่างกัน บางคู่ต้องการความซื่อสัตย์ บางคู่ไม่ซื่อสัตย์ก็ยังอยู่กันได้ ที่สำคัญน่าจะ เป็นความ เชื่อมั่นต่อกัน การให้อภัยกัน มีอีกหลายอย่างเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันได้นาน อยู่ที่ความพอดีของแต่ละคน ปัจจัยในการใช้ชีวิตคู่มันเยอะมาก อีกข้อคือ ความศัรทธาอันนี้สำคัญมาก ศัรทธาต่อความรัก ต่อคนที่เรารัก ถ้าไม่มีความศัรทธา มันจบเลยนะไม่ว่ายังไงก็จบ

เซ็กส์ละคะ เป็นปัจจัยสำคัญหรือเปล่าในการครองคู่ของคนเพศเดียวกัน(ญรญ.)

สำหรับทิ ถ้าเรายังมีแฟน มีคนรัก มีคู่ครองเซ็กส์เป็นเรื่องที่สำคัญในวัยของทิตอนนี้ แต่ในอนาคต ไม่รู้ว่าจะสำคัญเท่านี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีเซ็กส์ต่อกัน การมีแฟนก็เหมือนแค่มีเพื่อน การกอดหรือ จูบเพื่อนก็ไม่เหมือนกอดจูบแฟน เซ็กส์เป็นการแสดงความชิดเชื้อ ความสนิทสนม

การสัมผัสกันทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความรัก และความอ่อนโยนต่อกัน การมีเซ็กส์มีส่วนช่วย ประคับประคองชีวิตคู่ ในเวลาที่เราทะเลาะกัน การมีเซ็กส์ก็ช่วยให้อารมณ์โกรธ หรือความน้อย ใจมันหายไป การไม่มีเซ็กส์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่ต้องเลิกรากัน ทิเคยจูบปากเพื่อนสนิท ความรู้สึกไม่เหมือนจูบแฟนหรือคนรักนะ จูบแฟนหรือคนรัก มันอยากไปต่อมากกว่าจูบ มันมีความเสน่หา ความรัญจวน หัวใจจะเต้นระรัว ถึงไม่ได้จูบจริงแค่คิดถึงว่าจูบกับแฟน ใจยังเต้น อารมณ์ยังกระเจิงเลย แต่จูบเพื่อนมันแค่แตะๆ ถ้าวันนึงคุณจูบแฟนแล้วรู้สึกเฉยๆ ต้องพิจารณาแล้วล่ะ จริงไหม

แล้วเคยเลิกกับใครเพราะเซ็กส์มั้ยคะ

ทิว่า คนเราจะเลิกกัน เซ็กส์ไม่ใช่สาเหตุหลักนะ ทิเลิกกับแฟนคนที่รักมากที่สุด เพราะ เรื่องผู้หญิง เรื่องความศัรทธาที่หมดไป เลิกกับอีกคนเพราะ ไม่มีเวลาให้กัน แต่เซ็กส์รวมอยู่ในนั้น เมื่อเขามี ผู้หญิงอื่นที่เขากำลังหลงใหล เขาก็ไม่อยากมีเซ็กส์ กับเรา หรือ มีเซ็กส์ ก็เป็นแบบเซ็กส์ตามหน้าที่ ซึ่งเราจะรับรู้ความรู้สึกตรงนั้นได้ เมื่ออีกคนนึงไม่มีเวลาให้เรา ก็ไม่มีกิจกรรมทางเพศด้วย

บางคนอาจจะคิดว่า เป็นแฟนกันไม่จำเป็นต้องมีเซ็กส์ นานๆ เจอกัน แค่กอดกันก็พอ หรือ ถ้าจะมี อะไรก็นิดหน่อยพอ นั่นก็แล้วแต่ตัวบุคคล แต่กับบางคน เขาก็ไม่คิดอย่างนั่นนะ ทิเองตอนที่คบคุณรีน อยู่กันเป็นครอบครัวบ้านเดียวกัน ก็ไม่ได้มีเซ็กส์กันทุกวันนะ อยู่มา 7 ปี มีเซ็กส์ ทุกวันก็บ้าแล้ว บางวันเขาทำงานเหนื่อย เครียด เราจะไปข่มขืนเขาให้มามีอะไรกับเราทุกวันก็ไม่ไหวนะ นอกจากเวลาไปเที่ยวอันนั้นคนไปเที่ยวกับแฟนคงรู้นะ

แต่กับคนอื่นที่คบก็คิดว่า เงื่อนไขของเวลานั่นแหละ แล้วพอเจอกันเราก็ไม่ได้กล้าเรียกร้องให้เขา ทำอะไรเรานะ ทั้งที่จริงใจต้องการ แต่เรารู้สึกว่าเขาไม่ต้องการไง มันเลยแกนๆไง มันไม่มั่นใจ เขารักเราแน่หรือ ทิอาจจะยึดภาพว่าแฟนกันมันต้องมีความเสน่หากันน่ะ แล้วความเสน่หา นอกจาก แสดงออกด้านต่างๆ แล้ว เซ็กส์ ก็เป็นวิธีนึงและเป็นวิธีที่สำคัญนะ เพราะการดูแลในด้านอื่นๆ เราสามารถทำให้กับตัวเราเองได้ไง หรือ หาเอาจากรอบข้างได้ แต่เซ็กส์ มันหาเอาข้างทางไม่ได้นะ จะให้ไปซื้อเซ็กส์ก็ไม่ไหวนะคะ จะบอกเพื่อนสนิทว่า แก ช่วยฉันหน่อยก็เหวอนะคะ แล้วจะช่วยตัวเอง งั้นตรูจะมีแฟนทำไมเนี่ยะ เพราะอารมณ์ของการมีเซ็กส์ ด้วยตัวเองกับมีกะแฟนมันคนละอย่างกันนะ ถึงจะไม่ถึงสวรรค์แต่มันก็รู้สึกดีกว่าช่วยตัวเองล่ะน่า.

 

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>