เรื่องของไผ่

ฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตมากว่า 24 ปี มีทั้งพ่อทั้งแม่ ใครๆ คิดว่าครอบครัวของฉันอบอุ่น ความจริงแล้วก็เป็นเช่นนั้น
แม้ว่าฐานะจะแค่พอมีพอกิน แต่ครอบครัวของเราก็ภูมิใจเพราะเราเริ่มมาจากศูนย์

ในวันนี้ฉันเรียนระดับปริญญาโทแล้ว ซึ่งเป็นความใฝฝันของพ่อแม่ที่อยากให้ฉันเรียนสูงๆ จะมีหนี้แค่ไหนพ่อกับแม่ ไม่เคยหวั่น ที่จะส่งให้ฉันได้ร่ำเรียน ฉันเองก็นิ่งนอนใจที่จะหางานพิเศษทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ

มองตัวเอง ณ วันนี้ทุกอย่างก็พอจะสู้ต่อไปไหว มีสิ่งเดียวที่ลำบากใจ คือ การที่จะเปิดเผยตัวกับพ่อแม่ ว่า ฉันรักผู้หญิง

เคยถามตัวเองมาตลอดว่าเหตุใดฉันถึงรักผู้หญิง มองย้อนกลับไปจึงหาเหตุผลที่ผู้ใหญ่มองข้ามไป นั่นคือ สมัยเด็ก ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ถือว่าน่ารักเพราะมักได้รับเลือกให้ทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่บ่อยๆ เป็นธรรมดา ที่เด็กมักมีการจีบกัน และฉันก็มีผู้ชายมาจีบ

ฉันอาจจะแก่แดดอย่างที่ผู้ใหญ่ชอบว่า เพราะฉันมีแฟนตอน ป.4 แต่สำหรับฉัน ฉันคิดว่านั่นคือการเรียนรู้ตามวัยของเด็ก เมื่อพ่อจับได้ ฉันโดนตีจนขาลายด้วยไม้แขวนเสื้อ

พ่อของฉันเป็นผู้ชายที่ดี ขยัน ไม่เจ้าชู้ ไม่ดื่มสุราและสูบบุหรี่ ฉันติดพ่อมาก แต่ด้วยความเป็นผู้ชายที่ดีของพ่อ พ่อจึงเป็น คนเข้มงวด และจริงจังกับทุกสิ่ง หลังจากนั้น ฉันถูกส่งไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน
ฉันยอมรับว่าการอยู่โรงเรียนหญิงล้วนก็เป็นส่วนหนึ่งให้ฉันเปลี่ยนแปลงไปเพราะฉันถูกพ่อสอนตลอดเวลาว่าผู้ชาย
อันตรายอย่างไร ฉันจึงไม่เคยมีเพื่อนผู้ชาย เวลาต้องเดินผ่านผู้ชายฉันจะรู้สึกระแวดระวังตลอดเวลา

และแม้กระทั่งปัจจุบันนี้ฉันมีเพื่อนผู้ชายที่กล้าคบเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง แต่ถามว่าเสียใจมั้ยที่เป็นผู้หญิงที่รักหญิง อยากบอกว่าไม่เสียใจเลย แม้ชีวิตจะผ่านเรื่องเลวร้ายมามากมายก็ตาม เพราะนั่นคือความรู้สึก และความเป็นตัวตน ของฉัน

นั่นคือเรื่องที่มาที่ไปของการเป็นฉัน

ในอดีต การก้าวมาเป็นหญิงรักหญิง ที่รู้ตัวตนของตัวเองจริงๆ ก็ม. 1 เพราะมีเพื่อนในห้องมาจีบฉัน และเราก็คบกัน เค้าเป็นคนที่น่ารัก คอยดูแลเราตลอด และก็เป็นคนที่พยายามให้กำลังใจเราเสมอมา เราจะทะเลาะกับพ่อแม่ยังไง
เค้าก็อยู่เคียงข้างเรา

ฉันตั้งใจไว้ว่าคนนี้แหละคนที่ฉันจะรักตลอดไป แต่เวลาก็ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้เสมอ เมื่ออยู่ ม.3 เค้ามีคนใหม่โดย ไม่บอกฉันสักคำ ฉันเสียใจมากเพราะการคาดหวังและความรักที่ฉันมีต่อเค้า ฉันพยายามทำร้ายตนเองโดยการกรีด ข้อมือและกินยาพารามากๆ เพื่อฆ่าตัวตาย ด้วยความรักที่พ่อแม่มีต่อฉันยังคงมีพลังอำนาจมากพอที่จะห้ามใจฉัน
จนฉันก้าวผ่านวินาทีวิกฤตมาได้อย่างยากเย็น ฉันพยายามทำกิจกรรมทุกอย่างเพื่อบดบังความเสียใจ และคิดเสมอว่า สักวันเค้าจะกลับมารักฉันเหมือนเดิม ไม่มีใครหรอกที่จะรักเค้าได้เท่ากับเรา

ม.4-6 ฉันทำกิจกรรมมากมาย จนการเรียนตกต่ำ ส่วนเค้าก็ยังคบคนใหม่คนนั้นเรื่อยมา จนเมื่อถึงเวลาของการสอบ เอ็นทรานส์ วินาทีสุดท้ายที่หวนคิดได้ถึงอนาคตตัวเอง และคำพูดของพ่อแม่ที่บอกว่า “ฉันไม่มีทางติดหรอก” 1 เดือน กับการเร่งหมั่นทำแบบฝึกหัด ฉันอ่านหนังสือไม่เข้าหัวเลย อ่านทีไรเป็นหลับทุกที แต่ฉันสนุกกับการทำแบบฝึก
และผลก็คือ ฉัน เอ็นท์ติดอันดับหนึ่ง

ใครๆ คงคิดว่าเมื่อก้าวสู่รั้วมหาลัยแล้ว คนเป็นดี้จะเลิกเป็นเมื่อเจอผู้ชาย เปล่าเลย ฉันยังคงรอคอยเค้าคนนั้นเสมอมา แม้จะเหงา เศร้าเพียงใด มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมาน เมื่อมองไปรอบข้างมีแต่คนที่เค้าอยู่เป็นคู่ หรือมีความสุขกับการ แอบรักรุ่นพี่หรือใครๆ ที่อยู่ในรั้วเดียวกัน

แต่สำหรับฉันเฝ้ามอง ห่วงและคิดถึงเค้าแม้ว่าจะได้แค่มองข้ามขอบฟ้าก็เหอะนะ ฉันไม่ย่อท้อ เมื่อไรที่ว่างฉันจะนั่งรถ จากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดเพียงแค่ได้เห็นได้รู้ความเป็นไปของเค้า นั่นแหละความสุขของฉัน

เค้าปรึกษาฉันเสมอเมื่อทุกข์ร้อน เพราะฉันเป็นได้ทุกอย่างสำหรับเค้า บางครั้งเค้าทะเลาะกับแฟนหรือจะเลิกกับ แฟนเค้าก็จะถามความคิดเห็นของฉันเสมอ เค้าพยายามเรียนรู้ดี้ที่เค้าชอบจากความเห็นของฉัน

และด้วยเหตุนี้กระมังเมื่อเค้าเลิกกับใคร เค้าก็จะกลับมาคบกับฉันใหม่ เมื่อเค้าแข็งแรงเค้าก็จะก้าวเดินออกไป เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้งหลายหน จนฉันจบปริญญาตรี

ฉันมองตัวเองและตอบตัวเองได้ทันทีอย่างหนักแน่น ว่าฉันรักผู้หญิงแน่ๆ และฉันก็คิดว่าฉันน่าจะเป็นตัวแทน หนึ่งที่บอกได้ว่า การรักผู้หญิงบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีเรื่องของการร่วมเพศมาเกี่ยวข้อง เพราะฉันสามารถ รักคนๆหนึ่งได้ด้วยใจ แม้เวลาจะผ่านไปนาน 10 กว่าปีก็ตาม

เรื่องน่าจะจบแค่นั้น เปล่าเลย ผู้หญิงคนนั้นที่ฉันรัก เกิดเป็นวัณโรคขึ้นมา เค้าไม่กล้าเอ่ยปากกับใคร นอกจากฉัน
ทั้งๆที่เค้ามีแฟนอยู่แล้ว แต่เค้าก็ขอคบฉันอีกคน ฉันนี่แหละที่คอยดูแลเค้ามาตลอด ไม่เคยกลัวว่าจะติดโรคแต่อย่างใด
ทุกคืนสวดมนต์ภาวนาขอให้เป็นแทน และแล้วเมื่อเวลาล่วงเลยไปนาน เค้าก็หายดี และสามารถไปสมัครงานได้ตามปกติ

เมื่อเค้าได้งานทำไม่นาน เค้าก็ไปมีคนใหม่ และบอกเลิกผู้หญิงอีกคนของเค้ากับฉัน ซึ่งงานที่เค้าได้นั้น ฉันนี่แหละ ฝากให้เอง แต่แล้วฉันก็มาถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

ฉันทำใจได้เร็วแม้ว่าจะมีอาการที่น่าเป็นห่วงบ้างพอสมควร แต่ฉันก็ให้กำลังใจตัวเองว่า ถ้าเรารักเค้าเราต้องสุขเมื่อ เค้าสุข นั่นล่ะถึงจะเรียกว่าเป็น รักแท้ เมื่อเตือนตัวเอง ใจก็เริ่มเย็นลง แล้วก็พยายามหาอะไรๆทำ เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน

จนวันนึง เมื่อฉันรู้ว่าตัวเองเป็นวัณโรค ฉันโทรไปหาเค้าแล้วถามว่า “เธอหายขาดหรือยัง” เค้าตอบว่า “หายแล้ว” ฉันถามเค้าอีกว่า “โอเคดีมั้ยกับใครคนใหม่นั้น” เค้าบอกว่า”ก็ดี” แล้วฉันก็รู้ทุกอย่างหมดห่วง สิ่งที่ฉันภาวนามาเสมอ ทุกอย่างเป็นจริงแล้ว ฉัน ดี ใจ เหลือ เกิน ที่ คน ที่ ฉัน รัก มี ความ สุข

ทุกวันนี้ฉันปฏิบัติตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ แม้ว่าฉันจะเคยเหลวไหลมาบ้างก็ตาม แต่วันนี้ฉันก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
และหากมีใครผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน ก็คงจะไม่ปิดกั้นตัวเองเหมือนเคยอีกแล้ว เพราะความเสียใจของความรัก ไม่ได้ทำให้ฉันเสียใจที่เกิดมารักผู้หญิงด้วยกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรความรักก็คือสิ่งที่สวยงามเสมอ แม้ฉันจะเสียใจ แค่ไหนแต่ฉันก็ได้เรียนรู้ที่จะรู้จักคำว่า “รัก” อย่างแท้จริง

 

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>