สตีเฟน ฟังค์ นายทหารเกย์ผู้ปฏิเสธสงคราม

ผลจากการไม่ยอมร่วมรบในสงครามก็คือ เขาถูกตัดสินจำคุก ๖ เดือน ถูกลดยศเป็นพลทหาร และตัดเงินเดือน ๒ใน๓ ขณะจำคุก

ชื่อ ภาพ และเรื่องราวของเขา ถูกตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์และเวบไซท์ของกลุ่มต่อต้านสงคราม เผยแพร่คำพูด และจุดยืนของสตีเฟน กลุ่มต่อต้านสงครามของคนรักเพศเดียวกันร่วมกันรณรงค์ให้ปล่อยตัวเขา

เขาเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาหยัดยืนเพื่อสันติภาพ และปฏิเสธการเข่นฆ่าชีวิต

ในคุก เขาเขียนจดหมายอธิบายการกระทำของเขาว่า

“ผมเกิดและเติบโตที่ซีแอตเติ้ล ตั้งแต่มัธยมปลายมาแล้วที่ผมทำงานเพื่อผู้ด้อยโอกาส นักโทษการเมือง และองค์กรเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมในชุมชนของเรา แต่แม้ว่าผมจะมีประสบการณ์เช่นนี้ ผมยังถูก ชักจูงให้เข้าเป็นนาวิกโยธินผมเพิ่งเรียนจบและมีอาการซึมเศร้าเพราะรู้สึกไร้จุดหมายในชีวิตทั้งยังสับสนไปหมด เจ้าหน้าที่ในกองทัพชักจูงผมว่า ในกองทัพผมจะได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การสร้างวินัย และที่สำคัญที่สุด ชีวิตจะมีทิศทางและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ สองอย่างหลังนี้จูงใจผมมากที่สุด

ชีวิตในค่ายทหารทำให้ผมตื่นขึ้นมารับรู้ความจริง แต่นั่นก็สายไปแล้วที่ผมจะทำอะไรได้

ผมรู้ดีอยู่ว่าสงครามเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมและไร้ความยุติธรรมแต่ทุกคนบอกผมว่าไร้ประโยชน์ที่จะลาออกจากกองทัพ จนในเดือนกุมภาพันธ์ที่หน่วยของผมถูกเรียกให้เข้าสนับสนุนการโจมตีในอิรักผมไม่สามารถจะเชื่อฟังกองทัพได้อีกต่อไป ท่ามกลางภาวะสงครามที่อยุติธรรมและการหลอกลวงของผู้นำของเรา ผมนิ่งเงียบอีกต่อไปไม่ได้แล้ว วันที่ ๑ เมษายน ผมแถลงข่าวก่อนที่จะเข้ามอบตัวกับกองทัพ ผมลุกขึ้นพูดเพื่อให้ผู้อื่นในกองทัพรู้ว่าพวกเขามีสิทธิเลือก และมีหน้าที่ที่จะต่อต้านความผิดศีลธรรมและคำสั่งที่ผิดกฎหมายคุณไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนฟันเฟืองตัวหนึ่งในเครื่องจักรเแห่งสงครามนี้

ที่ฐานทัพผมถูกข่มขู่หลายครั้งผมถูกขู่ฆ่าด้วยแต่ผมก็ได้รับการสนับสนุนอย่างมากมายแม้จากนายทหารที่ถูกส่งตัวไปประจำการ แน่นอนว่าผมไม่ได้มีผมเพียงคนเดียวเท่านั้นที่คิดเช่นนี้”

ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับบ้านของเขา ลีลานิ โดเวล กรรมการของ Queer for Peace and Justice และ A.N.S.W.E.R ของแคลิฟอร์เนียเหนือ กล่าวว่า

“เราเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะยกย่องผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อขบวนการยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน
และการเหยียดผิวในกองทัพ และเรายินดีต้อนรับการกลับมาของเขา”

สตีเฟน กล่าวว่า “มีคนมากมายยื่นความช่วยเหลือให้ผม ผมอยากกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง สองปีก่อนเมื่อผม เข้าทำพิธีสาบานตนเข้าประจำการในกองทัพ ขณะที่ผมเดินกลับบ้าน ผมอาเจียนออกมาทันที เมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ จอร์จ บุชเป็นนายของผมแล้ว แต่อีกปีหนึ่งผ่านมา ผมได้อ่านเรื่องราวของทหารรุ่นก่อน ๆ ที่ปฏิเสธสงคราม ทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถทำอะไรได้ และตั้งแต่บัดนั้น ผมก็ทำตลอดมา”

เขาเสริมว่า “ผมดีใจที่เป็นคนเลือดผสม เป็นเกย์ และเป็นฟิลิปปินโนเพราะมันทำให้ผมได้รับแรง สนับสนุนจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม”

เขายังกล่าวสนับสนุนให้ทุกคนเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงการยึดครองอิรัก ในวันที่ ๒๐ มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ผู้คนทั่วโลกจะพร้อมใจกันออกมาแสดงพลังกันอีกครั้ง
เกี่ยวกับผู้เขียน : หลิน เป็นนักศึกษาปริญญาเอก เรียนเรื่องจิตวิญญาณผู้หญิง ที่ซานฟรานซิสโก ได้เห็นเรื่องราวหลากหลาย ของชาว เกย์เลสเบี้ยน ที่นั่น เลยเอามาเล่าให้ฟังกัน

*ภาพประกอบจากลิ้งค์ในอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่ภาพของสตีเฟน ฟังค์*

หมายเหตุ: ปัจจุบันนี้ 2555 นโยบาย don’t ask don’t tellในกองทัพสหรัฐฯ ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว 

 

Share

Pages: 1 2

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>