นวนิยายหญิงรักหญิง : เราเคยพบกันในความรัก 3

 เหมือนมาสไม่กลัวชีวิตในวันพรุ่งนี้สักเท่าไร ตอนนี้ปัญหาที่กวนใจเธอก็เป็นแค่เรื่องที่ว่าจะหาใครมาช่วยงานนั่นแหละ

เบญญาบอกว่าเธอควรจะไปจดทะเบียนการค้าก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งนั่นก็จริง และเหมือนมาสก็ไม่เคยคิดมาก่อน สำนักพิมพ์เล็กๆ น้อยๆ ถูกดันเข้าสู่ระบบธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ หากคุณต้องการหมายเลขหนังสือสากล หรือหากไม่อยากให้หนังสือของคุณกลายเป็นหนังสือเถื่อน ที่อาจจะผิดกฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ฉบับใหม่ที่ออกมา และนั่นก็จะทำให้เธอไม่สามารถจัดพิมพ์หนังสือออกมาได้

ก็คงต้องจัดการเรื่องนี้เป็นอันดับแรกตามที่เบญญาแนะนำสินะ

เธอจรดปลายจมูกลงที่หน้าผากของคนที่กำลังนอนหลับสนิทอย่างรักใคร่ รู้สึกเต็มตื้นที่เห็นหล่อนอยู่ตรงนี้ นอนเคียงข้าง เพราะนั่นหมายถึงว่าเธอไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดาย เธอยังมีหล่อน

ความกลัวลึกลับที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างเงียบเชียบในใจเธอ คือความกลัวการถูกทิ้งไว้ตามลำพัง ที่เหมือนมาสไม่รู้ว่ามันมาจากความฝังใจในวัยเด็กหรือเปล่านะ

ตอนไม่กี่ขวบ เธอจำได้ว่าเธอตื่นมากลางดึก แล้วไม่เจอแม่ที่จะนอนอยู่ข้างๆ ในมุ้งเดียวกันกับเธอ ถัดจากมุ้งของยาย เหมือนมาสกรี๊ดร้องลั่นบ้าน เมื่อควานหาแม่ไม่เจอ จนยายต้องรีบเปิดมุ้งเข้ามาดู

ยายบอกว่าแม่ไปดูหนังกับผู้ชายที่มาติดพัน และนั่นก็ทำให้เธอยิ่งกรีดร้องหนักกว่าเดิม เหมือนมาสรู้สึกเหมือนถูกแม่ทรยศหักหลัง เธอไม่อยากเชื่อว่าแม่ทำแบบนั้นกับเธอได้ ทิ้งเธอให้นอนในมุ้งคนเดียวแล้วไปดูหนังกับผู้ชายนี่นะ

วัยเด็กในตอนนั้นทำให้เธอไม่เข้าใจอะไรนัก ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงวัยยี่สิบปลายๆ แม้จะมีลูกเล็กๆ ติดจากสามีคนแรก ก็ยังเป็นที่หมายตาของชายอื่นอยู่

เหมือนมาสนึกแต่ว่าแม้เป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น

ตอนแม่จากไป มันเลยทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าภายในตัวเธอเหมือนโพรงว่างๆ ที่กลวงเปล่า

ไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

เหมือนมาสะกดรีโมตปิดหนังที่เปิดค้างทิ้งไว้ หันไปปิดไฟข้างเตียง หยุดความคิดที่จะเปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ตั้งแต่คืนก่อน แม้จะรู้สึกว่ามันกำลังเรียกร้องเธออย่างยั่วยวนก็ตาม

เธอหันไปหาร่างสูงของเบญญา จัดท่านอนให้ตัวเองเหมือนทุกคืน เป็นท่าที่เหมือนเบญญากำลังกกกอดเธอไว้ในอ้อมแขน


 

เบญญาแวะกลับไปบ้านของหล่อนเหมือนเคยทุกวันอาทิตย์ แต่เหมือนมาสไม่ได้ไปด้วย เธอไม่ค่อยชินกับการต้องอยู่ในวงศาคณาญาติจำนวนมากๆ ไม่รู้ว่าจะต้องนั่งตรงไหน คุยอะไร หรือทำอะไรบ้าง รู้สึกเหมือนไปอยู่ผิดที่ผิดทาง หลังๆ เหมือนมาสเลยบอกกับเบญญาตรงๆ ว่าเธอไม่สะดวกที่จะไปบ้านหล่อน

เธอเป็นลูกคนเดียว อยู่กับแม่และยาย ไม่มีญาติมากมายแบบครอบครัวเบญญา จึงไม่คุ้นเคยกับรูปแบบชีวิตเช่นนั้น แล้วก็ไม่รู้สึกว่าสนุกที่จะอยู่กับมันสักเท่าไร

ทุกวันอาทิตย์เมื่อเบญญาออกจากบ้านไป เหมือนมาสก็จัดแจงทำนั่นทำนี่ของเธอไปตามเรื่อง เช่นเตรียมเอกสารที่จะต้องไปยื่นจดทะเบียนการค้าในวันพรุ่งนี้

เหลือบไปเห็นนามบัตรของนิมมานที่ยังวางอยู่โต๊ะทำงานหน้าคอมพ์ฯ แล้วก็ได้แต่ยิ้ม นึกไม่ออกว่าหล่อนจะทำงานเป็นจริงเป็นจังได้ยังไง ในเมื่อตอนโน้น เธอเห็นหล่อนเอาแต่เร่ไปเร่มา เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง

 แต่ก็นั่นแหละคนเราอาจจะเปลี่ยนกันได้

 เหมือนมาสเปิดคอมพ์ฯ เช็กไฟล์งานอีกรอบ ก่อนจะส่งเข้าโรงพิมพ์พรุ่งนี้ มันเป็นโรงพิมพ์ที่เธอเพิ่งเคยดีลงานด้วยเป็นครั้งแรกจากคนรู้จักที่แนะนำเธอมา เนื่องจากโรงพิมพ์ก่อนที่เหมือนมาสพิมพ์งานด้วยนั้น ออกจะมีปัญหาในเรื่องคุณภาพงาน และเธอก็เบื่อหน่ายกับมันเกินพอแล้ว

 เสียงเรียกจากโทรศัพท์ดังขึ้น เหมือนมาสเดินไปหยิบมารับ เป็นเบอร์ที่เธอไม่ได้บันทึกเอาไว้ คงจะเป็นลูกค้าที่โทรมาสั่งหนังสือเหมือนเดิม

 “สวัสดีค่ะ” เหมือนมาสเอ่ยทักทายตามมารยาท

 “พี่มาสนี่ดาวเอง…”

 เป็นดาริกาต่างหาก ไม่ใช่ลูกค้าที่โทรมาสั่งหนังสือจากที่ไหน ดีเหมือนกันได้คุยกับหล่อนอีกครั้ง ไม่นึกหรอกว่าดาริกาจะโทรมาหาเธออีก

 “ไงจ้ะดาว” ทักหล่อนไปด้วยน้ำเสียงสบายอารมณ์กว่าครั้งแรกที่คุยกันมากนัก อาจจะเพราะว่ามันเป็นบ่ายวันอาทิตย์ที่เธอไม่ต้องทำอะไรมากนัก และการที่มีคนที่คุ้นเคยโทรมาหา ได้คุยกันก็เป็นเรื่องที่รื่นรมย์ดีไม่น้อย

 “ดาวว่าจะแวะไปหาพี่มาสน่ะค่ะ นี่มาเที่ยว มาซื้อของ อยากเจอพี่มาส” เสียงดาริกาบอกมาทางโทรศัพท์

 เอาซี จะมีปัญหาอะไร ไหนๆ วันนี้เธอก็ว่างๆ อยู่แล้ว มีดาริกาแวะมาหาก็คงสนุกดีไม่น้อย ได้รำลึกความหลังครั้งเยาววัย

 “แวะมาสิจ้ะ มาเจอกัน” เหมือนมาสบอกเส้นทาง บอกที่อยู่กับหล่อนไป จากห้างที่หล่อนบอกว่ามาซื้อของกับที่นี่ก็ไกลกันไม่น้อยเลยทีเดียว

 “โอเคๆ พี่มาส เดี๋ยวเจอกันนะคะ”

 ดาริกาวางสายไปแล้ว และเหมือนมาสก็นั่งทำงานต่อ แม้ในใจลึกๆ จะอดรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย กับการจะได้เจอดาริกาอีกหน

 ก็เธอไม่เคยเจอหล่อนมาจะเป็นยี่สิบปีแล้วจะเห็นได้ นึกไม่ออกว่าตอนนี้หล่อนจะมีหน้าตาอย่างไร

 เหมือนมาสจำได้แต่เด็กผู้หญิงร่างผอมบาง ผมหยิกหยอย ผิวสีน้ำตาลคนนั้น ขณะเธอเป็นเด็กหญิงผิวขาวอมเหลือง จนใครๆ เข้าใจว่าเธอมีเชื้อจีน แม่ไว้ผมยาวให้เธอแล้วก็ถักเป็นเปีย จนกระทั่งเข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 นั่นแหละ เธอถึงได้ตัดทิ้ง เพราะทางโรงเรียนไม่ยอมให้เด็กไว้ผมยาว

 หล่อนจะเป็นยังไงนะ…อยากรู้จริงๆ

 

เสียงกดกริ่งดังขึ้น เหมือนมาสสะดุ้งตื่นบนโซฟาตัวยาว หนังสือที่อ่านยังวางกางอยู่บนหน้าอก เธอเผลอหลับไป

และดาริกาคงจะมาถึงแล้ว

เดินงงๆ ออกไปหน้าบ้าน เพื่อเปิดประตูรับหล่อน แล้วก็ได้เห็นผู้หญิงสวยจัดชัดเจนยิ้มให้เธออยู่แล้ว

ดาริกาหรอกหรือนี่ เคา้ลางวัยเด็กยังหลงเหลืออยู่บ้างตรงดวงตาของหล่อน

เปิดประตูให้หล่อน แล้วก็ยกมือรวบผมยุ่งๆ ของตัวเอง เสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงเอวรูดตัวหลวม เป็นชุดอยู่บ้านของเธอ ซึ่งตอนนี้มันทำให้เหมือนมาสดูแตกต่างกับดาริการาวฟ้ากับเหว

หล่อนอยู่ในเสื้อแขนกุดสีขาวเนื้อผ้าเบาบางโชว์ผิวสีน้ำผึ้งและลาดไหล่สวยกับกางเกงสีน้ำตาลเบจ แต่งหน้าเล็กน้อย ผมหยักศกของหล่อนถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย และนั่นก็หล่อนช่างดูสวยงามในยามบ่ายของวันอาทิตย์

“ดาริการึจ้ะนี่” เธอทักหล่อนอย่างตื่นเต้น ก็ไม่นึกมาก่อนว่าเด็กหญิงคนนั้นจะโตมาดูสวยขนาดนี้ ก่อนจะช่วยถือข้าวของที่ดาริกาถือไว้เต็มแขนสองข้าง

“หวัดดีค่ะพี่มาส” หล่อนยกมือไว้ ปิดประตูบ้านให้อย่างคล่องแคล่ว โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ย ก่อนจะเดินตามหลังมาที่โซฟารับแขกที่เหมือนมาสงีบหลับไปเมื่อสักครู่

 “นั่งก่อนค่ะ เดี๋ยวพี่หาน้ำมาให้” วางถุงช็อปปิ้งของดาริกาลงข้างๆ หล่อน ก่อนจะเดินเข้าครัวไปรินน้ำออกมาให้

 ไม่น่าเชื่อว่าดาริกาจะดูดีขนาดนี้ หล่อนเป็นบุคลิกของผู้หญิงที่เธอนึกอยากเอามาเป็นตัวเอกในนิยายของตัวเอง

 หล่อนสวยจัด แต่ก็สวยเก๋อย่างที่เธอไม่ค่อยได้เจอนักในผู้หญิงทั่วๆ ไป ไม่ใช่สวยอย่างหยาดเยิ้มเช่นผู้หญิงในหน้าแฟชั่นตามนิตยสารที่มีให้เห็นเกลื่อนกลาด เหมือนมาสไม่ชอบผู้หญิงสวยแบบนั้น

 เธอชงกาแฟให้ตัวเอง หยิบแก้วน้ำยกมาให้ดาริกา ที่นั่งรอที่โซฟา

 “ไปช็อปอะไรมาเยอะแยะคะเนี่ย” เหมือนมาสยื่นแก้วน้ำให้ มองถุงใส่ของที่เรียงรายอยู่ข้างหล่อน

 “เรื่อยเปื่อยค่ะพี่มาส ตามประสาพวกว่างงาน เนี่ยเดี๋ยวหิ้วกลับไปแม่ก็ด่า ซื้อของเยอะ” ดาริกาไหวไหล่ มองถุงข้าวของที่วางไว้อย่างไม่ใคร่ไยดีนัก มันช่วยทำให้เธอเพลินได้บ้างในบางทีก็เท่านั้นเอง

 “มาคนเดียวหรือจ้ะดาว” เหมือนมาสมองดูหล่อนอย่างสนอกสนใจ นาทีนี้ ดาริกาดึงความสนใจจากเธอไปได้ทั้งหมดเลยทีเดียว

 ความสวยของผู้หญิงช่างทรงอำนาจ แม้กับผู้หญิงด้วยกันเช่นเธอ

 “คนเดียวค่ะ นั่งรถทัวร์มาน่ะพี่มาส ไม่รู้จะไปไหน ข้าวของที่โน่นก็ไม่มีอะไรให้ซื้อหรอกค่ะ ดาวเลยมานี่ดีกว่า นั่งรถไม่กี่ชั่วโมง อยากเจอพี่มาสด้วย” ดาริกายิ้มหวานให้คนตรงหน้า

 เหมือนมาสไม่เปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าไรเลย เท่าที่เธอจำได้ หล่อนเป็นคนเงียบๆ ติดจะเรียบร้อย แต่เธอชอบหล่อนนัก เพราะตอนที่เหมือนมาสเล่าเรื่องประกอบภาพให้เธอฟัง มันช่างสนุกเสียจริงๆ มันทำให้เธอใจเต้น ด้วยความลุ้นระทึกว่าเรื่องที่หล่อนเล่าจะเป็นยังไงต่อ เพราะมันเดาไม่ออกเลยจริงๆ ในตอนนั้น

“อ้าวแล้วแฟนล่ะ” เหมือนมาสนึกถึงที่แม่เคยเล่าให้ฟังว่าหล่อนแต่งงานกับคนต่างชาติและย้ายตามสามีไปอยู่ที่โน่น

 “ดาวเพิ่งหย่าไปเองค่ะพี่มาส เลยกลับมาอยู่กับแม่ไปวันๆ เนี่ย อยู่บ้านก็ไม่ค่อยรู้จักใคร เลยคิดถึงพี่มาส”

 ดาริกามองไปรอบห้องที่เรียงรายไปด้วยหนังสือบนชั้น แฟ้มที่อยู่ในตู้ เครื่องแฟ็กซ์ กองเอกสาร และโต๊ะคอมพิวเตอร์ มันดูเหมือนออฟฟิศน้อยๆ ในความคิดของเธอ

เธอเบื่อสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่บ้านต่างจังหวัดนั่น มันช่างไม่มีอะไรในแบบที่เธอคุ้นเคยเลยจริงๆ แต่ดาริกาก็นึกไม่ออกว่าเธอควรจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองดี

ไม่รู้จะเริ่มยังไง เธอหันมายิ้มให้เหมือนมาส

“พี่มีอะไรให้ดาวทำมั้ยคะ” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เหมือนมาสมองหล่อนยิ้มๆ ไม่ได้ตอบในทันที เพียงแต่รู้สึกแปลกใจว่าหล่อนจะมาช่วยเธอทำอะไรได้อย่างนั้นหรือ ดาริกาไม่มีบุคลิกของผู้หญิงทำงาน ไปอยู่ที่โน่น เธอไม่รู้ว่าหล่อนทำงานหรือเปล่า หรือเพียงแต่เป็นแม่บ้านให้กับสามีหล่อนเท่านั้น

มันยังเร็วเกินไปที่จะตอบหล่อน แต่เหมือนมาสก็รู้สึกว่าดาริกาน่าสนใจไม่ใช่น้อย

และหล่อนก็เอ่ยมันขึ้นมาในช่วงเวลาที่เธอต้องการใครมาช่วยงาน เหมือนหล่อนจะรู้ใจเธอเสียจริงๆ

 

 


Share

Pages: 1 2

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>