เรียนรู้ความหลากหลายจากผู้ชายมีท้อง

0806_pregnant_08

คนข้ามเพศเป็นศัพท์ใหม่ในหมวดเพศของสังคมไทย คนส่วนใหญ่อาจจะงงๆ ไม่รู้ว่าคืออะไร แม้แต่ในกลุ่มคนส่วนน้อยทางเพศเองก็เถอะ วันนี้เราจะมาเฉลยกัน

คนข้ามเพศ (Transgender) หมายถึงคนที่เกิดมาแล้วมีเพศสรีระไม่ตรงตามที่จิตใจต้องการ เช่น เกิดมามีอวัยวะเพศเป็นชาย แต่ในจิตใจรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิง หรือมีอวัยวะเพศเป็นผู้หญิง แต่พบว่าในใจตัวเองมีต้องการแรงกล้าที่จะเป็นผู้ชาย เป็นต้น คนข้ามเพศอาจจะแปลงเพศหรือไม่ก็ได้ หรือจะแปลงแค่ไหนก็ได้ตามแต่ความต้องการหรือสุขภาพของแต่ละคน เช่น ผู้หญิงข้ามเพศ บางคนก็อาจจะอยากมีแค่หน้าอก แต่ไม่ได้เฉือนอวัยวะเพศชายทิ้ง เพราะเกรงจะมีปัญหาทางสุขภาพ หรือผู้ชายข้ามเพศบางคนก็เลือกที่จะตัดเฉพาะหน้าอกออก แต่ไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนอวัยวะเพศ เป็นต้น และสำหรับคนที่แปลงแล้วก็จะเรียกว่า Transsexual และใน Transsexual เองก็จะมีศัพท์ เรียกแตกต่างกันไปอีก ผู้ชายที่แปลงเพศเป็นผู้หญิงเรียกสั้นๆ ว่า MTF ที่ย่อมาจาก Male to Female หรือผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นผู้ชาย ก็เป็น FTM ย่อจาก Female to Male นั่นเอง

คนข้ามเพศ จึงไม่ได้หมายถึงคนรักเพศเดียวกัน แต่เป็นคนรักต่างเพศต่างหาก ดังที่เราจะเห็นคนดังหรือ ดาราที่เป็นผู้หญิงข้ามเพศมีคนรัก หรือแต่งงานกับผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่กับเกย์ เข้าสู่การดำเนินชีวิตตาม ครรลองแบบผู้หญิงผู้ชายทั่วไปที่มีมายาวนาน

คนข้ามเพศในสังคมไทย จึงมีความหมายค่อนไปที่ผู้หญิงข้ามเพศ หรือสาวประเภทสอง หรือกะเทย มากกว่า ทั้งที่จริงๆ แล้ว หมายถึงผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นผู้ชายด้วย เพียงแต่เมืองไทย เราไม่ค่อยได้รู้จัก ผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นผู้ชายนัก เนื่องจากความเข้าใจเรื่อง FTM ในสังคมไทยยังมีอยู่น้อยมากถึง มากที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาชาว MTF การเปิดเผยตัวกับสาธารณะชน หรือสังคมวงกว้างจึงเป็น เรื่องที่ทำได้ยากกว่า ทั้งยังไม่มีชุมชนเช่นที่ชาว MTF มี ขณะเดียวกันการจะเข้าร่วมกับกลุ่มหญิง รักหญิง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ FTM เป็น ภาพคนข้ามเพศ FTM จึงออกจะเลือนราง ไม่สามารถมองเห็น ได้ชัดเจนนัก

เมื่อจู่ๆ มีข่าวว่านายโทมัส บีทตี้ อุ้มท้องแทนภรรยา คนทั้งโลกจึงออกอาการอึ้งสุดๆ เป็นไปได้อย่างไร!! (ซึ่งตอนนี้ทราบว่าคลอดลูกแล้ว และทั้งคู่สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกประการ)

จนสืบไปสืบมาได้ความว่านายโทมัส บีทตี้คนนี้จริงๆ แล้วคือผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นผู้ชาย (FTM) นั่นเอง เพียงแต่ในการแปลงเพศของนายโทมัส บีทตี้ เขาไม่ได้ตัดเอารังไข่ออก จึงสามารถตั้งครรภ์แทน ภรรยาที่สุขภาพไม่แข็งแรงได้ อึ้งรอบสองก็ตามมา จากนั้นก็อึ้งกันต่อตรงที่ว่า นายโทมัส บีทตี้ คนนี้ ในอดีตเคยเป็นถึงรองนางงามวัยรุ่นของรัฐฮาวายเสียด้วย ก็ประมาณว่าถ้าในอดีตเขาเป็นทอมบ้านๆ ก็ไม่น่าอึ้งเท่าไร เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ แต่นี่ดันเป็นสาวสวยระดับนางงามมาก่อนซะด้วยซี (คล้ายๆ กับกรณีคุณจิล รองนางสาวไทยที่ไปแปลงเพศเหมือนกัน) มันเลยเป็นเรื่องยากสำหรับ คนทั่วไปที่จะรับได้

ยัง…ยังไม่หมด เพราะใครๆ ต่างก็คิดว่า ในเมื่อนายโทมัส บีทตี้ อยากเป็นผู้ชายจนกระทั่งยอม ไปแปลงเพศอะไรมาเรียบร้อยแล้ว (แม้จะไม่ได้ตัดเอารังไข่ออกก็เถอะ) ทำไมยังมาตั้งท้องอีก มันไม่ผิดบทบาทของผู้ชายไปหน่อยรึ มีที่ไหนเป็นผู้ชายแล้วอยากตั้งท้อง อึ้งกันต่ออีกยก

บ้างก็ว่าเขาอยากดัง บ้างก็วิตกกังวลกลัวแทนว่าเดี๋ยวลูกเกิดมาจะสับสนว่าคนไหนพ่อคนไหนแม่ ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายๆ กับความวิตกเกี่ยวกับบรรดาลูกไม่มีพ่อ ไม่ว่าจะพ่อตาย หรือพ่อหายหัวไปเฉยๆ หรือกับบรรดาแม่เดี่ยวทั้งหลาย รวมถึงบรรดาพ่อแม่ที่เป็นญรญ. หรือชรช.ทั้งหลาย จะบอกลูกกันยังไงที่มีพ่อสองคน หรือแม่สองคน

ความกลัว หรือความวิตกกังวลทั้งหลายทั้งปวงของคนทั่วไปต่อเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรง และแข็งแกร่งของเรื่องเพศกระแสหลักที่ครอบงำโลกนี้มายาวนาน ด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ว่า ผู้ชายจะต้องเป็นยังไง มีบทบาทแบบไหน หรือผู้หญิงจะต้องมีหน้าที่อะไรยังไง เพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ควรมีแค่ระหว่างชายและหญิงเท่านั้น หรือความหมายของครอบครัวจะต้องประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก เท่านั้น ฯลฯ

ใครไม่เป็นไปตามนี้ ก็จะพลันจะรู้สึก ‘พร่อง’ เอาได้ง่ายๆ หรือไม่ก็เข้าใจว่าตนคงมีกรรมมาตั้งแต่ ชาติปางก่อน

โดยเฉพาะการ “อุ้มท้อง” ที่เป็นภาพสัญลักษณ์แนวสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ มีหมายถึงความเป็นเมียและ แม่ที่สังคมมอบไว้ให้กับ “เพศหญิง” ด้วยแล้ว

แต่นายโทมัส บีทตี้กลับทำลายมันลงไป ทั้งในข้อที่ไม่ใช่ผู้ชายแท้ (ตามที่หนังสือพิมพ์เรียกเขา) และข้อที่เป็นผู้ชายแล้วก็ยังมาอุ้มท้อง เพียง 2 ข้อนี้ก็สั่นสะเทือนความเชื่อความคิดของคนจำนวน มากมายนักหนาแล้วที่จะทำให้เกิดความกลัว ความกังวลจากความคุ้นเคยดั้งเดิม เพราะเหมือนโลก กำลังหกคะเมนตีลังกายังไงยังงั้น

กลัวจนลืมไปว่านายโทมัส บีทตี้เป็นมนุษย์แนวหน้าอีกคนหนึ่งที่ได้พยายามใช้ตัวเขาและครอบครัว รวมถึงลูกสาวที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันก่อน ช่วยขยับขยายกรอบ หรือข้อจำกัดในเรื่องเพศวิถีของมนุษย์ ที่สังคม ศาสนา วัฒนธรรมกระแสหลักกำหนดไว้มานานมากเกินไปแล้ว ให้เห็นว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลง ไปทุกวันนี้ มันมีความหลากหลาย(และซับซ้อน)มากขึ้น มีคนที่อยากอยู่เป็นคนโสด มีคนที่อยากมีลูก แต่ไม่อยากมีสามี(หรือภรรยา) คนที่อยากมีคู่เป็นคนเพศเดียวกัน คนข้ามเพศที่มีลูก (จากพ่อกลายเป็น แม่เช่นหนังเรื่องTransamerica) ฯลฯ

เพื่อคนที่ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์แบบผู้หญิง-ผู้ชายสำเร็จรูป (ซึ่งนับวันน่าจะมีมากยิ่งๆ ขึ้นจากสภาพสังคม ที่เปลี่ยนไป) จะได้ทุกข์น้อยลงที่ตัวเองไม่สามารถดำเนินชีวิตเป็นไปตามมาตรฐานความถูกต้อง ดีงามที่สังคมกระแสหลักกำหนดไว้นั่นเอง.

 

บทความ โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่ ipinkpride@yahoo.com

ภาพ : http://www.newsoftheworld.co.uk/0806_exclusive_pregnant_man.shtml

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>