Kee : เขาว่าเป็นกลุ่มเบี่ยงเบนทางเพศ สายเองก็เป็น

kee1

 

ชีวิตวัยเด็กเป็นยังไงบ้าง
กีย์โตมาในครอบครัวขยายครับ โตมาเรื่อยๆ เป็นเด็กขี้อาย เอาแต่ใจ โมโหร้าย ทำร้ายตัวเองเวลาโมโห จะเอาหัวโขกพื้น (อันนี้แม่เล่าให้ฟัง ตัวเองจำไม่ได้หรอกครับ) ก็ธรรมดา พูดถึงความรักความเอาใจใส่ ก็ปกติทั่วไป… ติดจะอบอุ๊นอบอุ่นจนร้อน ฮ่าๆ ชีวิตตอนเด็กๆ ก็สนุกสิครับ เล่นทะโมนกะพี่ๆ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ตกปลา ปีนต้นไม้ แต่ก็มีน้องสาว เล่นแต่งตัว เล่นตุ๊กตากันไป มีทั้งสองแนว แต่ไม่ค่อยชอบเล่นกับ น้องสาวซักเท่าไหร่ไม่ค่อยสนุก

ทำไมดุอย่างนั้นละคะน้อง มีพี่น้องกี่คนคะ
ไม่น่าจะเรียกว่าดุนะคับ แต่เหมือนไร้เหตุผล แต่จริงๆแล้วก็น่าจะเป็นเหตุผลแบบเด็กๆ โตขึ้นมาหน่อย ก็หายครับ ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว สาวๆ พี่ๆ เพื่อนๆ สบายใจได้ เพราะระบายออกไปหมดแล้ว มีพี่น้องกัน 3 คน เป็นคนโต และพอได้คุยกับน้องสาวคนกลาง ฮาซ้ำซ้อน น้องสาวมักจะไปชอบชายหนุ่มที่มักจะรู้ทีหลัง เสมอๆ ว่าเป็นเกย์ แต่ก็ไม่ถึงกะเข้าไปจีบ หรือว่าอะไร ออกแนวเด็กสาวแอบปลื้ม ก็เลยไม่เป็นไรมาก ตอนแรกๆ เจ้าคนกลางนี่ แอนตี้มากๆ ฟ้องที่บ้านหมดว่าพี่สาวเป็นทอมไปแล้ว แต่ที่บ้านไม่ได้ว่าอะไร สังเกตการณ์นิ่งๆ ไม่รู้ว่าแอบนั่งทำใจกันอยู่หรือเปล่า หรือหาวิธีแก้ไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่ถ้าในแง่ดีบางทีเค้า อาจจะเข้าใจ

ตอนเด็ก เคยเห็นใครที่เป็นทอมดี้หรือกะเทยมั้ยน่ะ
ไม่ค่อยแน่ใจ อ่อ เคยเห็นแต่พี่เค้าแมนมากก็เลยคิดว่าเป็นผู้ชายน่ะครับ (มารู้ทีหลังว่าเป็นญรญ ก็ตอนเรา เข้ามัธยมแล้ว) ซึ่งตอนนั้นก็เพิ่งจะรู้จักญรญ ก็ ม.2 ประมาณเวลาที่โดนผู้หญิงเข้ามาจีบนั่นล่ะครับ

เล่าถึงความรักครั้งแรกในฟังหน่อย(จำได้เปล่า)
มารู้ตัวก็ตอนม.2 โดนผู้หญิงมาจีบครับ เค้าเดินมาถามว่าเป็นแฟนกันมั๊ย งงแต่ก็หายสงสัยว่าทำไม เรามองแต่ผู้หญิงสวยๆ แต่ความรักที่เรียกว่าความรักจริงๆ ก็ไปรักเพื่อนอยู่คนนึงครับ ก็พยายามตามจีบ ขนมบ้าง ดอกไม้บ้าง ของขวัญบ้าง ตามเรื่อง

ไม่สงสัย วุ่นวายใจอะไรเลยหรือคะ
ไม่เลย ไม่ได้คิดอะไร เป็นคนไม่มีความคิด ชีวิตเหมือนโตมาเรื่อยๆ หรือคงเพราะอยู่โรงเรียนสตรี ด้วยหรือเปล่า มีให้เห็นเป็นกลุ่มชน

ไม่ได้รู้สึกแบบว่าเราไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น
เหมือนเพื่อนสิครับ ยังต้องใส่กระโปรงไปโรงเรียน แห่ะๆ ก็จีบผู้หญิงครับ…ไม่ได้คิดอะไรก็ใช้ชีวิตปกติ เป็นเด็กมัธยมต้น ที่แอบชอบสาวๆ คงเพราะเรียนในโรงเรียนสตรีก็เลยพอจะเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะรุ่นพี่หรือเพื่อนๆ ก็มีที่ชอบกันเองระหว่างผู้หญิงด้วยกัน

อย่างนี้ก็เหมือนที่เขาว่าเป็นกันตามแฟชั่นน่ะสิ แล้วกีย์คิดยังไงกับคำนี้
ตอนแรกก็หรือว่าเราเป็นแบบนั้น แบบแฟชั่นหลั่นล้า ก็ถ้าใช่คงหายไปเอง แต่พอ ม. 4 อาการหนักครับ เจอกับคนๆ นึงซึ่งทำไมต้องรักเค้ามาขนาดนั้น แต่ก็คิดว่าน้องๆ บางคนอาจจะไม่รู้ว่าความจริงแล้วญรญ คืออะไรกันแน่ ที่ว่าตามแฟชั่น เรียกว่าหาตัวเองไม่เจอมากกว่าครับ ก็เลยลองดูว่าจะเป็นยังไง

แล้วเพื่อนๆ คนอื่นเขามีปัญหามั้ยในการคบผู้หญิง โดนกีดกัน โดนสั่งห้ามอะไรเงี้ย
ไม่มีครับ เท่าที่ทราบ หรือว่ากลุ่มเพื่อนๆ ก็มีใครโดนดุ ช่างเป็นกลุ่มที่โชคดีเสียจริง อ่อ แต่มีอยู่ช่วงนึง ที่ทางโรงเรียนวิตก(ทำไม่ก็ไม่รุ) ห้ามเดินกอดไหล่กัน ห้ามเดินจับมือกัน อันนี้เป็นกฎสำหรับนักเรียน ทุกคนเลยนะครับ กีย์ก็ไม่เป็นไร ไม่ทำให้เห็น โรงเรียนออกจะกว้าง อิอิ ทั้งยังมีสายนักเรียนให้ส่งรายชื่อ เพื่อนที่เข้าข่ายว่าเป็นกลุ่มเบี่ยงเบนทางเพศ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เห็นทำอะไร สายเองก็เป็น ฮ่าๆ

เพื่อนๆ เขาว่ายังไงบ้างที่เราเป็นทอม
เพื่อนๆ ก็เฉยๆ ไม่ได้ว่าอะไร จะมีบ้างก็เพื่อนบางคนที่มองเราเป็นเพศตรงข้ามกับเค้า เค้าก็จะระวัง ตัวมากขึ้น

ระวังตัวในแง่ไหน คือไม่ให้เราเข้าใกล้ แบบผู้ชายใช่เปล่า หรือแสดงท่าทีรังเกียจ

ไม่ให้เข้าใกล้แบบผู้ชายครับ คือเค้าคงกลัวเราไปคิดไม่ดีกับเค้า ลวนลามเค้า อะไรประมาณนั้น ก็กีย์ ขี้อ้อนอ่ะครับ แต่ก็อาจจะจริงของเพื่อน (ฤาป่าว)
ครอบครัวล่ะ มีใครรู้บ้างว่าเราชอบเพศเดียวกัน
ตอนแรกก็ไม่มีใครรู้ จนน้องสาวเรียนโรงเรียนเดียวกัน อืม…น้องสาวกับแม่รับไม่ได้ว่าเราเป็นหญิง รักหญิง ก็มีมาบอกเหมือนกันว่า จะบอกทุกคนในบ้านถ้าไม่เลิกเป็น เราก็ อืม บอกดิ ออกแนวเอาชนะกัน ส่วนแม่ก็ค่อยๆ ทำใจ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจหมดแล้วไม่ได้กลัวอะไรเพราะไม่รู้จะกลัวทำไม กีย์ชอบคิด เหตุการณ์เฉพาะหน้า ออกแนวท้าทาย บอกก็บอกไม่กลัว

คือไม่มีอะไรรุนแรง
ไม่มีอะไรรุนแรงครับ ก็โตมาเป็นแบบนี้ปกติ (น่าจะเรียกได้ว่าปกติ)

เขาพยายามแก้ไขอะไรเราหรือเปล่า เช่นพาไปหาหมอ
น้องสาวไม่ได้พาไปหาหมอ หรือมีใครที่บ้านพาไป บอกแต่ว่าก็ดีแล้ว แล้วก็ไม่เคยมีใครพูดอะไร ให้เสียใจ

คิดว่าที่บ้านยอมรับในสิ่งที่เราเป็นแล้วใช่มั้ย
ครับผม มีที่ห่วงก็คือ เวลาโดนบอกเลิกแต่ก็ไม่ได้ให้ใครเห็นนัก เพราะครั้งแรกที่เจ็บสุดๆ ในชีวิต เรียนรู้ด้วยตัวเอง ลำพังคนเดียว ก็ผ่านมาได้ดี หรือว่าคนที่เราเลือกคบด้วยจะเป็นยังไง คบได้นานมั๊ย เหมือนยิ่งโตเค้าก็ยิ่งมองว่าเราควรจะนิ่งเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่อยากให้เปลี่ยนคนบ่อย (โธ่ กีย์ป่าวเปลี่ยนนะ สาวๆ เค้าอยากเปลี่ยนเองต่างหาก ก็ลูกพ่อไม่หล่อนี่ พี่ว่ามั๊ย 55)

ถามเรื่องงานหน่อย แต่งตัวไปทำงานยังไง
เลือกงานที่ใส่เสื้อผ้าสบาย เลือกทำงานที่สบายใจที่จะทำ ก็มีบางงานที่ต้องสวมกระโปรง ก็ลองแล้วรู้สึก ไม่สะดวกใจก็เปลี่ยนงาน ก็เคยไปเป็นครูสองวัน ฮ่าๆ รู้สึกว่าใส่ทำงานได้ แต่ไม่อยากทำงานนั้น ก็เลยเปลี่ยนงานดีกว่า ไม่ได้เป็นเพราะเสื้อผ้าที่สวมแต่ประการใด แต่เลือกได้ก็สวมใส่สบายตัวดีกว่า

แล้วกับเพื่อนๆ ที่ทำงานละคะ เขามองเรายังไงบ้าง
เป็นคนธรรมดาทั่วไป อาจจะเป็นเพราะสายงานมีบุคคลรักเพศเดียวกัน อยู่เยอะกว่าสายงานอื่น(จริงหรอ) ก็เป็นได้ มองเราเป็นผู้หญิงที่มีคนรักเป็นผู้หญิง

ที่ผ่านมาเคยมีแฟนมาบ้างหรือยังคะ/มีแล้วกี่คน
เคยครับ ไม่บอกจำนวนดีกว่า แต่มากว่า 1 ครับ เพราะจำนวนไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันสำคัญที่ทุกครั้ง ที่ได้รักกัน มีความสุขกับคนที่รักครับ กีย์มีความสุขทุกครั้งที่ได้รัก แต่ถ้าเค้าไม่มีความสุขก็ขาดทุน (ก็คงไม่มีความสุขล่ะครับ เค้าเลยจากไป)

เล่าประสบการณ์ในการคบหาแฟนแต่ละคนให้ฟังได้ไหมคะ
แบ่งเป็นกรณีดีกว่าจะให้เล่าทั้งหมดนะครับ คือ

1 ) กรณีที่ทราบว่าเค้าเป็นหญิงรักหญิง อย่างนี้มาเร็วไปเร็วครับ คือจูนกันได้เร็ว แล้วก็เบื่อกันได้เร็วครับ บางทีก็ขึ้นอยู่กับเค้าที่จะเปรียบเทียบคนรักคนนี้กับคนรักคนอื่นๆ ที่เค้าเคยผ่านมาและกำลังจะเข้ามาครับ

2 ) กรณีที่เค้าไม่ได้เป็นหญิงรักหญิงมาก่อน อาจะไม่รู้ตัวหรือเพิ่งจะรู้ตัว อย่างนี้ก็นานหน่อย เพราะต้องใช้ เวลาที่จะทำให้เค้ายอมรับเราเข้าใจเราและรักเราได้ บางคนก็คบนานแต่บางคนก็สละลมหายใจจากเราไป

3 ) กรณีที่เค้าเป็นหญิงรักหญิงแต่ไม่ทราบว่าเค้าเป็นหญิงรักหญิง กรณีนี้ก็เร็วเหมือนกัน ตอนเจอกัน ครั้งแรก ก็ไม่ทราบว่าเค้าเป็นหญิงรักหญิงแต่พอใกล้ชิดกันมากขึ้นก็…(ไม่ต้องอธิบายใช่มั๊ยครับ)
เจอคนที่เราคิดว่าเราอยู่กับเค้าแล้วมีความสุข ก็จีบครับ เจอใครที่คิดว่าเป็นคนที่จะเติมเต็มชีวิตชีวาเราได้

แล้วที่เขาบอกว่าชีวิตคู่แบบนี้ไม่ยั่งยืนละคะ คิดว่ายังไง
มันอยู่ที่ระดับความเชื่อถือ และศรัทธาระหว่างบุคคลซึ่งเป็นที่รักของกันและกัน ว่าจะดูแลความรัก ความศรัทธา ของชีวิตคู่มากน้อยแค่ไหน เพราะไม่ใช่แค่ความรัก แต่เป็นอะไรที่เรียกว่า “ศรัทธาแห่งหัวใจ”

คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนทั้งคู่สามารถอยู่ด้วยกันได้นาน
ตอบไปในข้อที่แล้ว แล้วครับ “ศรัทธาแห่งหัวใจ” มากกว่าเชื่อมั่น มากกว่ารัก เป็นอย่างนั้นเสมอ เธอๆ ก็รู้ดี

เซ็กส์ละคะ เป็นปัจจัยสำคัญหรือเปล่าในการครองคู่ของคนเพศเดียวกัน(ญรญ.)
เซ็กส์ เป็นการสื่อถึงความรู้สึกที่มีระหว่างกัน คือการแบ่งความรู้สึกที่มีระหว่างกัน สร้างความสัมพันธ์ ระหว่างกัน เหมือนเราจะพูดกับเธอว่า “หากฉันจะเลือกเสียความเป็นส่วนตัวให้ใคร ฉันเลือกเธอ”

ตอนนี้กีย์คิดว่าสังคมไทย คิดยังไงกับคนรักเพศเดียวกัน
ตอนนี้คิดว่า…สังคมไทยก็ยังแคบเหมือนเดิมแม้จะมีกลุ่มคนรักเพศเดียวกันมากขึ้น แต่ให้แง่ของความ คุ้นชิน ก็เพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องความรู้สึกที่สังคมมีต่อกลุ่มคนรักเพศเดียวกันจะว่าเปิดรับมากขึ้น ก็เพราะ ผ่านสื่อฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ล่ะสื่อฯ จะส่งสารได้ตรงกับความจำเป็นประสงค์หรือไม่ก็เท่านั้นเองครับ
สังคม แค่มองกีย์เป็นคนหนึ่งคนก็พอแล้ว ส่วนจะคิดยังไง ตามสบายเถิดเทิงได้เลยครับ อยากเลือก ปฏิบัติก็ตามใจ บางทีก็ต้องเข้าใจและสงสารพวกเค้านะครับ ที่ยังติดอยู่กับความเข้าใจผิด ไม่อยาก เปลี่ยนอะไร เพราะกีย์ ไม่ได้ผิดปกติอะไรนี่ครับ แค่นี้ก็มีความสุขดีแล้ว แต่สำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ ในภาวะได้รับการยอมรับจากครอบครัวและคนรอบตัวอย่างกีย์ ก็อยากให้ได้รับอย่างที่กีย์ได้รับน่ะครับ

พี่ครับมีเรื่องอยากบอกครับ กีย์รักผู้หญิงครับ อ้าวรู้แล้วหรอครับ ขอบคุณครับ

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>