มะยมดอง : เพื่อนหญิงต่างโรงเรียน ที่ทำให้หัวใจเต้นแรง

fee_mayom1

 

ใช้ชื่อในเว็บว่าอะไรคะ?
มะยมดอง สามเม็ดห้าบาทเมื่อก่อนอยู่แถวๆ นี้แหละ แต่หมู่นี้ไม่ค่อยแวะเวียนมาเท่าไหร่ ลักษณะเหรอ (คิดก่อน) ลักษณะเหมือนทอมมั้ง ไม่ชอบคำนี้เลย ก็…ก็แข็งๆ อ้วนๆ บึกๆ ถึกๆ ผมสั้นๆ กระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไว (แม้น้ำหนักจะปานนี้ไปแล้ว) ไม่หวานไม่นุ่มอ่ะ สรุป

แล้วรู้สึกยังไงกับการแบ่งแยกประเภท ทอม ดี้ เลส จะสบายใจมากกว่ากับคำเรียกแบบไหนคะ ถ้าไม่ชอบคำว่าทอม
คงเป็นการแบ่งเพื่อสะดวกต่อการเรียกขาน จะแบ่งทำไมก็ไม่รู้ แต่ความจริงก็ไม่เดือดร้อน ถ้าการเรียกขานนั้นเป็นการเรียกขานธรรมดาที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยการดูหมิ่นที่มักจะติดมาด้วยเสมอ (อย่างนั้นหรือเปล่านะ) ถ้าไม่เรียกว่าทอมก็เรียกเราว่าผู้หญิงนั่นแหละ ถูกต้องที่สุดในโลกแล้ว ก็เราเป็นผู้หญิงที่ชอบตัดผมสั้น ใส่กางเกงแล้วก็มีแฟนเป็นผู้หญิง เท่านั้นเอง และหากจะแบ่ง ประเภทว่าเราเป็นทอม เราก็เป็นทอมที่กลัวดี้สวยๆ เสียด้วยซี…กลั๊วว กลัว ดังนั้นเราจึงเป็นผู้ หญิงที่ชอบผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ดูธรรมดาๆ เท่านั้นเอง

เป็นคนที่ไหนคะ เล่าให้ฟังได้หรือเปล่า?
คนที่นี่แหละ อืม กรุงเทพไง ครอบครัวสุขสันต์มีกันสามคนพี่น้อง พี่ชายคนโตแมนสุดๆ พี่สาวคนต่อมา สาวสุดๆ คนสุดท้ายเลยได้มาอย่างละครึ่ง จบด้านอาร์ต แล้วก็ทำงานด้านอาร์ตสารพัดรูปแบบ พี่ชายเป็น เป็นวิศวกร พี่สาวคนรองเป็นเลขา ชีวิตวัยเด็กซุกซนจากการสนับสนุนของแม่ที่ซื้อปืนซื้อรถแข่งเด็กเล่นให้ พอโตแม่ก็ซื้อเสื้อเชิร์ตกางเกงยืนรองเท้าผ้าใบเท่ๆให้ แต่ก็เล่นตุ๊กตาเล่นขายของด้วยนะ แล้วก็ขี่จักรยาน พายเรือ เล่นสเก๊ต ขี่มอเตอร์ไซค์ เล่นทุกอย่างที่เด็กทั้งสองเพศเล่นน่ะแหละ อ่อ ยกเว้นไม่เคยเล่นแต่งหน้า แต่งตัว

แล้วรู้ตัวเมื่อไหร่ว่ารักผู้หญิง มีคนรักเป็นผู้หญิงครั้งแรกเมื่อไหร่?
เมื่อไหร่น้า…นึกก่อน อ่อ ย้อนไปเอ่อ สัก…สักหลายสิบปีก่อน สักตอนมอสามมั้ง คือมีความรู้สึกแปลกๆ ต่อ ญรญ แต่ไม่รู้ว่านั่นคืออะไร รู้แต่ว่า ใกล้คนนี้แล้วรู้สึกแปลกๆ ดี วูบๆ ดี แต่มีคนรักจริงๆ จังๆ เป็นญ . ก็ตอนปี1 เพราะก่อนหน้านั้นจีบไม่ติด ฮา แต่เริ่มๆ ตอนมอสามที่มีการคบกันแบบผิวเผิน ตอนนั้น ไม่รู้จักนี่นาว่ามันคืออะไร มีหนุ่มมาจีบก็เขินๆ แล้วก็เล่นตัวไป แต่พอม.3 ก็เจอเพื่อนญ.ต่างรร. ที่ทำให้ หัวใจเต้นแรง ที่สำคัญคือเพื่อนจากรร.หญิงล้วนที่เค้าคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้แล้ว เหมือนกับมันมีทาง เดินมาให้เห็นมั้ง อ่อ นึกได้อย่างว่า ตอนเด็กมากๆ ประถมมั้ง เห็นละครทีวีที่ใช้ผู้หญิงมาแต่งเป็นชาย ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆ มันวูบๆ ชอบกล มันไม่เหมือนเห็นพระเอกหล่อ หรือนางเอกสวย มันบอกไม่ถูกเหมือนกัน

ตอนนั้นรู้สึกยังไงกับตัวเอง
รู้สึกว่าเราเป็นเรา(อย่างมั่นใจมาก) มาตลอด ไม่รู้สึกแปลกแยกอะไรเลย เนียนมากๆ ขนาดแฟน หนุ่มถามว่า มีคนบอกว่าเธอไปจีบรุ่นน้องผู้หญิงเหรอ ยังไม่รู้สึกว่าแปลกอะไรเลย
แล้วเพื่อนๆ รู้มั้ยว่าเราชอบเพศเดียวกัน
ตอนเด็กๆ เพื่อนไม่รู้ พอมีคนมาถามเค้าก็บอกไปเฉยๆ ว่า ไม่รู้ซี่ ไปถามเจ้าตัวเอง แต่พอโตๆ ก็ ไม่เห็นมี ใครว่าอะไรมันกลมกลืนลื่นไหลไปธรรมดามาก

ครอบครัวล่ะ
แรกๆ ไม่รู้ คงพยายามไม่รับรู้มากกว่า แต่พอรู้แน่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แรกๆ ก็ห้ามอย่างกล้อมๆ แกล้มๆ หลังๆ ก็ รับได้ ก็เหมือนเพื่อนๆ กัน เท่านั้นเอง นี่หมายถึงคุณแม่นะ คนอื่นๆ ไม่รู้เหมือนกันว่ารู้ไหม ที่บ้านไม่ ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวกันเท่าไหร่ อ่อ เคยบอกพี่สาวไปหนนึง เค้าก็คงหายข้องใจแล้วล่ะ ส่วนพ่อกับพี่ชาย ไม่รู้เลยว่าเขาคิดอย่างไร เคยพูดด้วยความเป็นห่วง แต่ก็อธิบายไปตามเหตุผล เขาก็เลิกพูดไปเอง พูดกัน แค่หนเดียว

ความรักแต่ละครั้งเป็นอย่างไร?
แต่ละครั้งก็เริ่มต้นด้วยหวานชื่น แล้วก็เริ่มขมนิดๆ แล้วก็ขมปี๋ เมื่อไม่สมหวัง ครั้งแรกที่โดนทิ้ง ก็จะตายเอา แต่ไม่ยักกะตายแฮะ รอดพ้นมาได้จนบัดนี้ หาทางออกโดยการทำใจ ปล่อยวาง รู้ๆ อยู่ ว่าเค้าไม่ต้อง การเรา ก็ต้องปล่อยเค้าไป ได้มาแต่ตัวไม่มีประโยชน์หรอก แล้วก็ไม่ยึดติด ไม่บอกตัวเอง ว่าจะรักเธอจน วันตาย จะรักจนนิรันดร์อะไรทำนองนั้น ค่อยๆ ปล่อยให้มันจางไปตามกาลเวลา รัก…ก็ต้องลืมยาก แต่ไม่เหนี่ยวรั้งมันไว้ ค่อยๆ ปล่อยให้มันจางไปจากใจ ใช้ธรรมะ ใช้เพลงให้กำลังใจ และคิดอย่างมีสติ แล้วมันก็จะผ่านพ้นไป แต่เราต้องรักษาตัวเองให้เข้มแข็งให้ดี ให้ผ่านไปให้ได้เพื่อไปถึงวันที่เราหายดี

คิดอย่างไรกับการอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว กับการอยู่กันคนละบ้าน?
แล้วแต่ข้อจำกัดของแต่ละคน อยู่กับความต้องการของคนสองคน บางคนไม่ชอบอึดอัด ไม่ชอบผูกติด แต่เราชอบแฮะ เราชอบการที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน เหนื่อยจากทำงานมาก็มีกำลังใจดีๆ ให้ชื่นใจ แต่การอยู่คนละบ้านมันก็จะยืดเวลาที่จะกระทบกระทั่งกัน แล้วก็ นานๆ เจอกันทีมันก็ตื่นเต้นดี แต่ว่า เราจะไม่ได้สัมผัสชีวิตตัวตนจริงๆ ของเค้า แต่ก็นั่นแหละนะ อยู่ที่ี่ความต้องการของคนทั้งคู่มากกว่า

คิดว่าเซ็กส์มีความสำคัญกับชีวิตคู่แค่ไหน?
มีความสำคัญในระดับนึง ไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย มันบ่งบอกถึงความรัก ความอาทร ความทะนุถนอมที่มีต่อเค้า มันบ่งบอกถึงความรู้สึกดีๆ ที่มากมาย มันเป็นช่องทางนึงในการแสดงความรักต่อกัน ไม่มีก็ไม่เป็นไร ใช้ช่องทางอื่นในการบอกรักได้ แต่ถ้ามี มันก็เป็นบทบาทสำคัญอีกประการนึง

คิดว่าถ้าวันหนึ่งต้องสูญเสียความรักครั้งยิ่งใหญ่ไป จะเลิกรักผู้หญิงหรือไม่?
ไม่นะ เราก็อาจจะเลิกรักคนคนนั้น แต่เราคงไม่เลิกรักญหรอก เพราะเราไม่ได้ตั้งเป้า ว่าเราจะรัก ญ หรือเราจะรัก ช เรารักคนที่เป็นคน รักที่ตัวตน รักที่จิตใจ รักที่ความรู้สึกที่มีต่อกัน ไม่ได้รักที่อวัยวะ อันใดที่จะบ่งบอกว่าเขาเป็น ญ หรือ ช

หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย จะเปลี่ยนไปมั้ย
เปลี่ยนเหรอ ก็ท้องน่ะสิ เอิ๊กกก…ไม่หรอก ไม่เปลี่ยนหรอก เพราะว่า “อ้ายนั่น” มันไม่ได้ทำให้จิตใจคน เปลี่ยนแปลงไปได้นี่นา มันก็คืออะไรบางอย่างที่ญ ไม่มี แค่นั้นเอง

ที่ผ่านมาเคยมีแฟนมาบ้างหรือยังคะ
แฟนหนุ่ม2 แฟนสาว5

เล่าประสบการณ์ในการคบหาแฟนแต่ละคนให้ฟังได้ไหมคะ
เล่าเหรอ ยาวนะ 555 กับแฟนหนุ่มคือ Puppy love แฟนสาวคือรักที่ลึกซึ้ง จริงใจ(ตามวัยมั้ง) รักครั้งแรก คือรักที่ลุ่มลึก งดงาม และฝังใจที่สุด มันจบแบบไม่ทันตั้งตัว และไม่ยอมรับ เลยยากที่จะทำใจ ใช้เวลานาน มากที่จะหายเจ็บ 7 ปีได้มั้ง เจ็บแต่ไม่แค้นนะ วันที่เค้าแต่งงานก็ไปช่วยงานและส่งจนก้าวสุดท้ายที่ลับตาไป ส่วนรักครั้งต่อๆ มาก็เป็นความคิดที่ผิดพลาด ที่คิดว่าเค้ามารักเราก็ดีแล้วเหมือนกัน เลยลองคบ แล้วก็ ไม่รอด รักที่ทุ่มเท รักที่คาดหวัง รักที่ฝันเฟื่อง ทำให้เจ็บปวด และเป็นบทเรียนสำหรับรักปัจจุบัน ที่ค่อยๆ ปล่อยให้ดำเนินไป อย่างไม่คาดหวัง ไม่ใฝ่ฝัน ไม่กระโจนลงไป แต่รักอย่างจริงจัง จริงใจ และพร้อม เตรียมตัวรับความเจ็บปวดเสมอ

ในฐานะที่เคยมีแฟนหนุ่มและสาวมาก่อน ช่วยเล่าความรู้สึกได้มั้ยคะว่าเป็นยังไง/แตกต่างยังไง

ด๊ายยยย มีแฟนหนุ่มเราก็มีบทบาที่เป็นหญิงสาวไง คือเป็นอะไรที่เอาแต่ใจ เริ่ด เชิด หยิ่ง 55 ล้อเล่น ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่เป็นบทบาทที่ได้เอาแต่ใจบ้าง ได้ใช้งานบ้าง แต่ถ้ามีแฟนหนุ่มตอนนั้นเป็นวัยเด็ก ออกแนวเขินอายมากกว่า แบบว่าชั้นหญิงสาวผู้รักนวลสงวนตัวและสงวนท่าทีนะ จะมีชั้นเชิงไว้ตัวมาก กว่าแบบสไตล์หญิงไทยหัวโบราณ ถ้ามีแฟนหนุ่มตอนนี้คงเอาแต่ใจตัวเองน่าดู คงใช้งานหัวปักหัวปำ ไม่รู้ซี นึกไม่ออกเท่าไหร่ แต่มีได้นะเพราะอย่างที่บอกว่า ไม่ได้ยึดติดว่าต้องได้ “อะไร” จากเธอหรือเขา แต่ความรู้สึกต่อหญิงสาว มันนุ่มนวล อ่อนหวาน ลึกซึ้งกว่านะ อยากจะเทคแคร์ดูเฃแล อยากทำอะไรให้ อยากเอาใจ อยากตามใจ ในขณะที่ถ้ามีแฟนผู้ชายมันจะไม่ใช่แบบนี้ กับผู้หญิง มันรู้ใจกว่า มันกระจ่าง กว่า คล้ายจะเข้าใจมากกว่า ไม่ต้องมีชั้นเชิง ไม่ต้องมีแง่กันมากนัก ไม่ต้องมีกำแพงอะไรมากั้นขวางกัน เพราะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ได้ดีกว่ากัน

รักที่จบลงไป เพราะอะไร
ตอบแบบเข้าข้างตัวเองหรือเปล่าไม่รู้ ว่าก็เราเข้ากันไม่ได้ จะฝืนไปทำไม แล้วก็ปลอบใจว่าอย่างเร็วสุดก็ 2 ปี ก็คงไม่เร็วเกินไปมั้ง นานพอจะเรียนรู้และค้นพบว่าเราคงไม่มีความสุขถ้ายังคบกันต่อไป

แล้วที่เขาบอกว่าชีวิตคู่แบบนี้ไม่ยั่งยืนละคะ คิดว่ายังไง
คิดว่าจะคู่ชาย- หญิงหรือ หญิง – หญิง ก็เหมือนกัน มีอัตราที่จะเลิกร้างได้เหมือนกัน อยู่ที่ว่าคนคน นั้นจะเจอคนที่คิดว่าใช่จริงๆ หรือยัง อยู่ที่ว่าเราจะทำให้มันยั่งยืนหรือเปล่า หรือว่า เดี๋ยวเค้าก็เปลี่ยนไป หรือเราเองก็เปลี่นไป การเป็นชาย หรือหญิง ไม่ได้เป็นข้อกำหนดอะไรเลย นอกเสียจากว่า สำหรับชาย – หญิงแล้ว ถ้าแต่งงานแล้วอาจจะไม่อยากเลิกถ้าไปกันไม่ได้ เพราะมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น อาย กลัว เสียหน้า หรือมีลูกด้วยกัน แต่ถ้าเป็นเรานะ ถ้าเราแต่งงานกับชายแล้วมีปัญา เราก็เลิกอยู่ดีนั่นแหละ

คิดว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนทั้งคู่สามารถอยู่ด้วยกันได้นาน
มันมีอะไรที่มากกว่าความรัก แค่ความรักไม่ได้ทำให้อยู่กันด้วยนาน ต้องมีความเข้าใจ ความยืดหยุ่น การมองโลกที่เป็นจริง ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาและเดินไปด้วยกัน และที่สำคัญ ต้องมีการบำรุง รดน้ำพรวนดินความรักของทั้งคู่ด้วย

เซ็กส์ละคะ เป็นปัจจัยสำคัญหรือเปล่าในการครองคู่ของคนเพศเดียวกัน(ญรญ.)
สำคัญที่ว่าทั้งสองคนคิดตรงกันหรือไม่ ถ้าทั้งสองคนคิดว่าสำคัญ มันก็สำคัญ ถ้าทั้งสองคนคิดว่าไม่สำคัญ มันก็ไม่สำคัญ เท่านั้นเอง เพราะมันเป็นการแสดงความรัก แต่ถ้าอีกฝ่ายนึงไม่รู้สึกว่าต้องมี มันก็จะไม่สมดุล เพราฉะนั้น ขึ้นอยู่กับคนสองคนเท่านั้นเอง
เปิดเผยชีวิตรักกับครอบครัว/คนรอบข้างมั้ย
ไม่ปิด แต่คนก็รู้กันเองแหละ แหม… ดูก็ออกแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าคนเหล่านั้นคิดอย่างไร ไม่สนใจ ไม่ได้ขอใครกิน เจ้านายไม่ด่าก็พอล่ะ อ่อ มีนะ มีเตือน เราก็สวนกลับไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่เห็นมีใคร มาว่าอะไรนี่ ตั้งแต่โตมาก็มีแต่เพื่อนที่เป็นเพศที่1 และ 2 ทั้งนั้น ไม่มีเพื่อนสนิทเป็นเพศพิเศษเลยซักคน พวกเพื่อนๆ เราก็ไม่เห็นมันว่าอะไร รักใคร่กลมเกลียวเหมือนเกลียวคลื่นกันดีนี่นา

คิดว่าวิถีชีวิตตอนนี้เป็นอุปสรรคกับการดำเนินชีวิตประจำวันมั้ยคะ
ก็ต้องระวังตัวมากๆ เมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเด็ก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไร เพราะถ้าเจอกันตาม ห้างตาม ถนนตามต่างจังหวัด นั่นคือเวลาส่วนตัว เรามีสิทธิ์ในชีวิตของเราเอง แต่ถ้าอยู่ในเวลางาน ก็ไม่เปิดตัว และต้องระวังตัวกับเด็กๆ มากๆ

อยากพูดอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ
อยากให้คนที่เป็น ญ รัก ญ มั่นใจในตัวเองว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนมีสิทธิ์เลือกที่จะเป็น เราอาจไม่มี สิทธิ์เลือกที่จะเกิด แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ อยากจะรักญด้วยกันก็รักไป อยากจะรักช ก็ตามใจ อยากจะกลับ ไปกลับมาก็ไม่น่าเป็นไร (รักทีละคนก็พอนะ) ขนาดเรากินข้าวทุกวันยังเบื่อ ต้องไปกินบะหมี่มั่ง สเต๊คมั่งเลย เพราฉะนั้น ทำอะไรก็ทำไปเหอะ ให้มั่นใจว่าอยู่บนความถูกต้องเหมาะสม ไอ้จะไปเดินกอดรัดฟัด เหวี่ยงนั่นก็เกินไป ไม่ใช่ว่าเป็น ญ แล้วทำอะไรได้หมดไม่เสียหาย เพราะว่าทอมก็เหมือนผู้ชายนั่นแหละ ไปกอดรัดฟัดจูบในที่สาธารณะก็ไม่งาม รึจะเป็น สาวหวานทั้งคู่แต่แสดงออกเกินงามก็ไม่ดี ทุกอย่างอยู่ที่ ความเหมาะสม อย่าไปร้องโทษสังคมที่เขาไม่ยอมรับ ให้ดูที่ตัวเองว่าประพฤติตัวอย่างไร ทำให้ใคร เดือดร้อนหรือเปล่า การที่ทำตัวหลุดเกินไป ก็เป็นการทำให้เขาเดือดร้อนทางสายตาได้

พวกเราเป็นคนธรรมดา ไม่มีอะไรแปลกแยก ไม่มีอะไรต้องเรียกร้อง ไม่มีอะไรต้องฟ้อง ไม่มีอะไรต้องป่าว ประกาศ ก็คนธรรมดาเหมือนคนรอบข้างนั่นแหละไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มทำอะไรเพื่อสังคมหรอก เป็นคนดีทุกเวลาและโอกาสก็พอแล้วไม่ใช่หรือ.

Share

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>